ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 58.1-58.2 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 58.1-58.2

หวังอู่ชิงตอบก่อนอีกว่าเขาช่วยสาวใช้สองคนยกตะกร้าบุปผาเข้าไปในจวน ฉู่หลินหลางยังเอาขนมบุปผาสดให้สาวใช้สองคนแล้วแบ่งให้เขาด้วย เขากับสาวใช้สองคนก็แบ่งกันกินขนมที่ระเบียงทางเดิน ไม่ได้พูดจากับใคร ขณะที่จี้ชางบอกว่าพอส่งฉู่หลินหลางไปถึงจวนฉีกงแล้วเขาก็รออยู่ที่รถม้าตลอด

น่าเสียดายที่คำตอบของสองคนนี้ไม่อาจทำให้ซือถูเซิ่งพึงพอใจได้ เขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ข้ารู้ว่าวันนี้มีคนหักหลังผู้ดูแลฉู่ ดังนั้นจึงมีคนดักฉุดนางกลางทาง ถ้าพวกเจ้าสองคนปากแข็งก็ไม่เป็นไร มีดเล่มนี้ของข้าตีขึ้นจากเหล็กกล้า ต่อให้ใช้มันหั่นไปตามร่องกระดูกพวกเจ้าทีละชิ้นจนหมดก็ไม่ทำให้คมมีดทื่อ ปกติข้าจะเริ่มจากนิ้วมือ หากพวกเจ้าไม่สารภาพ ข้าจะตัดนิ้วของพวกเจ้าก่อน…”

ซือถูเซิ่งพูดจบก็เอาเท้าเหยียบบนข้อมือของหวังอู่ พอเสียงร้องโหยหวนของหวังอู่ดังขึ้น เขาก็โยนนิ้วมือโชกเลือดหลายนิ้วไปตรงหน้าจี้ชาง

หวังอู่ร้องไห้น้ำตานองหน้า ตะโกนเสียงดังว่าตนเองถูกใส่ร้าย

ภาพที่ทารุณโหดร้ายนองเลือดเช่นนี้ คนธรรมดาอย่างจี้ชางจะเคยเห็นได้อย่างไร เขาตกใจจนปัสสาวะราดกางเกง

รอจนกระทั่งซือถูเซิ่งเหยียบข้อมือของเขาตั้งท่าจะตัดนิ้วเช่นเดียวกัน จี้ชางก็แผดเสียงดังลั่นราวกับถูกประตูหนีบปานนั้น

“อย่า! ข้าสารภาพแล้วๆ เป็นข้าเองที่เอาเรื่องผู้ดูแลฉู่จะออกไปข้างนอกไปบอกญาติผู้น้องของข้า…”

ที่แท้ก่อนหน้านี้ญาติผู้น้องของจี้ชางที่ทำงานอยู่ในร้านใบชาเฉินจี้มาหาเขา บอกว่าขอแค่คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของผู้ดูแลกับประมุขของจวนรองเสนาบดีเป็นระยะจะตกรางวัลให้เขาห้าตำลึงเงิน

ตอนแรกจี้ชางรู้สึกว่าเรื่องนี้มีสายสนกลในจึงไม่กล้าตอบตกลง แต่เขาไม่อาจต้านทานการล่อใจของญาติผู้น้องคนนั้นที่สัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์อย่างอื่นอีก ทั้งยังบอกว่ารองเสนาบดีซือถูล่วงเกินคนในราชสำนัก คงเป็นขุนนางได้อีกไม่นาน ขอเพียงจี้ชางรู้จักดูทิศทางลม วันหน้าจะหาทางให้เขาไปเป็นผู้ดูแลเล็กๆ คนหนึ่งในเรือนของคหบดีเฉิน

คหบดีเฉินนั้นมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในเมืองหลวง มิหนำซ้ำยังได้ชื่อว่าเป็นวาณิชหลวง

จี้ชางโอนเอนเสียแล้ว หลังจากญาติผู้น้องบอกว่าเวลาฉู่หลินหลางออกจากจวนก็ส่งข่าวให้รู้แล้วคอยทำตามคำสั่งต่อจากนี้

วันนี้เขาพาฉู่หลินหลางไปส่งถึงจวนฉีกงแล้วหันหลังกลับใช้ทางลัดวิ่งไปแจ้งข่าวญาติผู้น้อง

หลังจากนั้นเขาก็ทำตามคำสั่งของญาติผู้น้อง เจตนาบังคับรถม้าไปตามถนนที่คนพลุกพล่านแล้วพูดชักจูงให้ฉู่หลินหลางลงจากรถม้า ส่วนเรื่องราวต่อจากนั้นเขาไม่รู้จริงๆ

ซือถูเซิ่งหรี่ตาซักถาม “เหตุใดญาติผู้น้องของเจ้าต้องสืบข่าวของผู้ดูแลฉู่ผู้เดียว”

จี้ชางพูดตอบด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ญาติผู้น้องของข้าก็ไม่ได้บอกไว้อย่างชัดเจน เพียงบอกว่านางไม่รู้ดีรู้ชั่ว นอกจากนี้มีผู้สูงศักดิ์ถูกตาต้องใจในรูปโฉมของผู้ดูแลฉู่ อยากนัดหมายนางออกมาลักลอบพบปะกัน…”

เขาพูดไม่ทันจบ ซือถูเซิ่งก็กระทืบมือเขาคราหนึ่งสุดแรง จี้ชางทำตาเหลือกร้องโหยหวนเสียงดังด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด

ตอนนี้เองกวนฉีก็ดึงหวังอู่ที่มองดูอยู่ด้านข้างอย่างตกตะลึงขึ้นมาจากหลุมแล้วตบไหล่เขาก่อนแก้มัดให้

หวังอู่มองนิ้วมือที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของตนเองแล้วมองนิ้วมือที่หล่นอยู่ในหลุมอีกครา ท่าทางงงงันไปหมด

กวนฉีไขความกระจ่างอย่างมีเมตตา “ใต้เท้าของเราเป็นผู้สุจริตเที่ยงธรรม จะลงทัณฑ์โดยพลการได้อย่างไร นั่นเป็นนิ้วที่ใต้เท้าตัดจากศพไร้ญาติที่ห่อด้วยเสื่อในสุสานร้าง สหาย…เมื่อครู่เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูเท่านั้น ขออภัยด้วยที่ทำให้เจ้าต้องขวัญเสีย…”

กวนฉีโอบไหล่หวังอู่พาเดินไปที่ข้างรถม้าอย่างอบอุ่นเป็นมิตร และพูดย้ำว่าใต้เท้าซือถูของตนเคารพอาญาบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด สำหรับเสียงโจษจันว่าเป็นขุนนางโฉดนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระทั้งสิ้น!

หวังอู่รับฟังอย่างอกสั่นขวัญแขวน เขาเกือบจะเชื่อแล้ว แต่น่าเสียดายที่ด้านหลังมีเสียงร้องดังลั่นของจี้ชางที่กำลังถูกทุบตี เสียงหนักคล้ายหมัดเหล็กชกกระสอบทรายดังลอยมาไม่ขาดสาย ฟังดูแล้วเหมือนจี้ชางใกล้หมดลมเต็มที

หลังจากนั้นรถม้าก็พาคนทั้งกลุ่มกลับมาในยามดึก จี้ชางถูกทุบตีจนหน้าบวมเหมือนหัวหมู ดวงตาทั้งคู่ลืมไม่ขึ้น ร่างอ่อนระทวยโงนเงนล้มไปหาหวังอู่อยู่ตลอด ทำให้หวังอู่ตกใจจนหันหน้าแนบติดผนังรถม้าไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย

ตอนไปถึงศาลยุติธรรม กวนฉีก็ถีบจี้ชางลงจากรถม้า บอกให้เจ้าหน้าที่ที่รู้จักมักคุ้นกันจับจี้ชางไปขังคุก รอไต่สวนความผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับโจรลักพาตัวหญิงชาวบ้าน จากนั้นกวนฉีก็ถือจดหมายที่ซือถูเซิ่งเขียนบนรถม้าเร่งรุดไปที่จวนขององค์ชายสี่

ซือถูเซิ่งกับพวกขุนนางซึ่งปฏิบัติหน้าที่เวรในศาลยุติธรรมเป็นอดีตสหายขุนนางกัน ซือถูเซิ่งบอกเพียงว่าสาวใช้สองสามคนของตนเองเกือบถูกโจรร้ายที่สมคบคิดกับคนในจวนลักพาตัวไป จำเป็นต้องไต่สวน

เมื่อก่อนเจ้าหน้าที่เวรหลายคนนี้เคยขอร่วมวงกินอาหารในกล่องอาหารของซือถูเซิ่งบ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับผู้ดูแลฉู่ที่รูปโฉมงดงามและมีฝีมือในการทำอาหารเป็นอย่างดี พอได้ยินว่านางกับพวกสาวใช้เกือบถูกคนลักพาตัวในอาณาเขตใต้เบื้องบาทโอรสสวรรค์อันทรงเกียรติก็พากันเป็นเดือดเป็นแค้น

ถึงอย่างไรก็กินอาหารในกล่องอาหารกับน้ำมันเป็ดของคนอื่นเปล่าๆ มิได้! เจ้าหน้าที่จึงยกกำลังออกไปจับตัวญาติผู้น้องของจี้ชางโดยไม่รอช้า จากนั้นก็เปิดศาลไต่สวนคดีในคืนนั้นทันที

ปกติการสอบปากคำในคดีลักพาตัวเช่นนี้ไม่ใช่หน้าที่ของศาลยุติธรรม แต่ตอนนี้พอพวกเขาออกหน้าเอง ดูไปแล้วเหมือนการใช้มีดเชือดวัวฆ่าไก่* อยู่สักหน่อย

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6

บทที่ 5 ต่อจากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมวงดื่มชาพูดคุยสัพเพเหระกัน ฉู่หลินหลางฟังจากคำสนทนาโต้ตอบกันก็เข้าใจอะไรได้รางๆ แล้ว บิ...

community.jamsai.com