ซือถูเซิ่งฟังถึงตรงนี้แล้วก็ตบไหล่องค์ชายหกเบาๆ เขาเปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน ถามไถ่ถึงงานในหน้าที่ขององค์ชายหกตอนนี้
สองสามงานที่ผ่านมาองค์ชายหกได้รับคำชี้แนะจากซือถูเซิ่งจนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างราบรื่น อีกทั้งช่วงนี้เขายังชอบดื่มชาข้าวคั่วรสขมเป็นอย่างมาก พูดชมไม่ขาดปากว่ายังคงเป็นวิธีของพระอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ช่วยชูกำลังเขา ทำให้เขารู้สึกกระฉับกระเฉงเป็นร้อยเท่ายามปฏิบัติงาน
หลังจากอาจารย์ศิษย์สรรเสริญเยินยอกันไปตามธรรมเนียมแล้ว องค์ชายหกก็ลงจากรถม้าในที่สุด โจวสุยอันคู่เขยของเขาก็ติดตามเขาเดินทางไปตรวจงานชลประทานพร้อมกัน
โจวสุยอันฉวยจังหวะระหว่างรอคอยองค์ชายหกหลบอยู่ด้านข้างลอบมองสำรวจฉู่หลินหลางซึ่งนั่งอยู่ในรถม้าคันหนึ่ง นางชะโงกหน้าออกมาเมื่อครู่โดยไม่เป็นที่สังเกต
ไม่รู้เพราะเหตุใดหลังไม่ได้พบนางเนิ่นนานเช่นนี้ เขารู้สึกว่านางงดงามเฉิดฉายยิ่งกว่าในกาลก่อน ไม่ว่าจะเป็นทรงผมหรือเสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนแลดูสง่างามละเมียดละไมและสูงส่งผิดไปจากเดิม
ความรู้สึกตกตะลึงในความงามเช่นนี้ประหนึ่งย้อนเวลากลับไปช่วงที่เพิ่งรู้จักกับนางใหม่ๆ เขายังจำได้ว่าครั้งแรกที่ตนเองเห็นเด็กสาวโฉมงามผุดผาดคล้ายเทพธิดาบนเรือก็คะนึงหาจนยากจะนอนหลับ
น่าเศร้าที่เขาเป็นเช่นเดียวกับบุรุษยากจนที่ได้แต่งงานกับเทพธิดาอย่างไม่ง่ายดาย แต่กลับสูญเสียนางไปโดยไม่ทันระวัง…
พอถึงอำเภอเฉียนโจว ซือถูเซิ่งกล่าวอำลาพวกองค์ชายหกแล้วไปปฏิบัติงานกับพวกใต้เท้าหลี่
ส่วนหลี่ฮูหยินจัดโต๊ะน้ำชาเลี้ยงรับรองฉู่หลินหลางที่หอน้ำชาในตัวอำเภอ
นอกจากจะขอบคุณที่นางช่วยชี้แนะเรื่องทำการค้า หลี่ฮูหยินในฐานะมิตรสหายยังห่วงใยเรื่องการแต่งงานซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตสตรีของสหายรักอยู่มาก
ครั้งนี้นางจึงนัดหมายฉู่หลินหลางออกมาดื่มชา ทั้งยังจะใช้โอกาสนี้ทำหน้าที่เป็นแม่สื่อจับคู่ให้อีกฝ่ายสักครา
ในความคิดของหลี่ฮูหยิน ฉู่หลินหลางมีรูปสมบัติและคุณสมบัติชั้นหนึ่ง แต่ได้ยินจ้าวซื่ออดีตมารดาสามีของนางพูดกับคนอื่นลับหลังว่าความจริงแล้วนางมีบุตรไม่ได้ กระทั่งบุตรสาวนางก็มิใช่ผู้ให้กำเนิด เช่นนั้นในการแต่งงานใหม่ เรื่องมีบุตรไม่ได้ย่อมเป็นข้อเสียที่ค่อนข้างร้ายแรงทีเดียว
แต่ถ้าหาบุรุษม่ายที่มีบุตรชายบุตรสาวได้จะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่ายหรือ
สามีนางมีญาติผู้น้องคนหนึ่ง อายุสามสิบปีเศษ ฐานะร่ำรวย มีบุตรชายสามคน บุตรสาวสองคนกับภรรยาคนเก่า เขาเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยใต้อาณัติใต้เท้าหลี่ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ ถือว่าหน้าที่การงานมั่นคง
เมื่อก่อนเขาก็เคยเป็นผู้ติดตามของใต้เท้าหลี่ที่เมืองเหลียน เป็นธรรมดาที่จะรู้จักบุปผางามประจำเมืองอย่างฉู่หลินหลาง
เวลานั้นฉู่หลินหลางที่ผิวขาวผ่องเป็นยองใยนางนี้เป็นยอดพธูที่ทำให้ขุนนางเมืองเหลียนตกตะลึงในความงามได้เสมอ
ใครๆ ล้วนพูดว่าโจวสุยอันมีวาสนากับหญิงงามเหลือเกิน ถึงได้มีภรรยาโฉมงามอ่อนหวานและมีความสามารถเช่นนี้
ครั้นได้ข่าวว่านางกับโจวสุยอันหย่ากัน ญาติผู้น้องที่กลายเป็นบุรุษม่ายพอดีก็ขอให้หลี่ฮูหยินเป็นแม่สื่อพูดทาบทามฉู่หลินหลางทันที
ฉู่หลินหลางได้ยินหลี่ฮูหยินเอ่ยเช่นนี้แล้วก็พอจะจำรูปโฉมของคนผู้หนึ่งในบรรดาขุนนางผิวดำคล้ำที่ติดหน้าตามหลังใต้เท้าหลี่ได้รางๆ
นางจึงฉวยจังหวะที่หลี่ฮูหยินพูดถึงทรัพย์สมบัติของญาติผู้น้อง รีบรินชาให้อีกฝ่ายถ้วยหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น “ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ฮูหยินคำนึงถึงข้า แต่ตอนนี้ข้ายังไม่คิดเรื่องออกเรือนใหม่เจ้าค่ะ”
หลี่ฮูหยินถามอย่างประหลาดใจ “เพราะอะไร หรือเจ้าอยากเป็นบ่าวไพร่ในจวนรองเสนาบดีไปทั้งชาติ” พอพูดถึงตรงนี้แล้วก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ จึงถามหยั่งเชิง “หรือเจ้ามีตัวเลือกที่เหมาะสมแล้ว คงมิใช่…ใต้เท้าซือถูกระมัง”
ฉู่หลินหลางเกือบพ่นชาในปากออกมา