ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 60.1-60.2 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 60.1-60.2

ซือถูเซิ่งทำหน้าบึ้งตึงอยู่สักหน่อย รอจนกระทั่งพวกเขาลงไปแล้วก็ไต่ถาม “หลี่ฮูหยินพูดเรื่องอะไรกับเจ้า”

ฉู่หลินหลางไม่อยากพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องกับเขา นางคิดจะตอบอย่างส่งเดช

แต่น่าเสียดายที่ซือถูเซิ่งนั้นเคยปฏิบัติหน้าที่ในศาลยุติธรรม เวลาสอบปากคำคนยึดถือหลักการจับให้มั่นคั้นให้ตาย ไม่ยอมให้โกหกเอาตัวรอดเด็ดขาด

ฉู่หลินหลางจนปัญญา ได้แต่พูดอย่างอ่อนใจ “หลี่ฮูหยินหวังดีอยากเป็นแม่สื่อให้ข้า…”

เมื่อได้ยินนางบอกว่าหลี่ฮูหยินจะจับคู่นางกับใครกันแน่นั้น เขาก็ขมวดคิ้วพลางใช้ความคิด แต่ทบทวนความจำอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าข้างกายใต้เท้าหลี่มีบุรุษที่หล่อเหลามากความสามารถด้วย

ฉู่หลินหลางนึกถึงคำกล่าวของหลี่ฮูหยินแล้วก็พูดกลั้วหัวเราะ “ดูบุรุษมิใช่ดูที่รูปโฉมโนมพรรณ ต้องดูว่าปลายจมูกใหญ่มากพอหรือไม่…”

แต่ไหนแต่ไรขอบเขตความรู้ที่ซือถูเซิ่งศึกษาค้นคว้านั้นไม่เคยมีด้าน ‘จมูกของบุรุษ’ มาก่อน เป็นธรรมดาที่จะไม่เข้าใจถึงความนัยลึกล้ำระหว่างขนาดจมูกของบุรุษกับระดับความสามารถ

ทว่าเขาคาดเดาได้ว่าไม่คล้ายเป็นคำชมธรรมดา จึงพูดเสียงห้วน “เห็นข้าเป็นคนตายรึ ถึงมาตามนัดหมายเช่นนี้”

นางรำพึงในใจ ข้ากับท่านก็ไม่ได้จะอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย จะเป็นหรือตายก็มิใช่อุปสรรค!

ถึงกระนั้นนางก็เคยแต่งงานมีสามีมาแล้วแปดปี ย่อมรู้ดีว่าพวกบุรุษนั้นต้องพูดเอาอกเอาใจ นางรินชาให้เขาพลางพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน

“ข้าก็แค่ฟังนางพูดส่งเดชเท่านั้น อย่างที่ท่านบอกในเมืองเหลียนมีแต่หัวมันเกลื่อนกลาด กระทั่งฟักเขียวลูกใหญ่สักลูกก็ยังหาไม่ได้ ไม่ถูกตาต้องใจข้าสักนิด”

พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ สีหน้าของซือถูเซิ่งก็ดีขึ้นเล็กน้อย เขาเอ่ยถามนาง “จะกลับด้วยกันหรือไม่ เรื่องตรวจที่นาก็ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว”

แต่นางนึกถึงตอนที่มาพร้อมกับซือถูเซิ่ง โจวสุยอันติดตามองค์ชายหกมาที่อำเภอเฉียนโจว พวกเขาน่าจะกลับด้วยกัน ตอนมาก็กระอักกระอ่วนใจอยู่แล้ว ตอนกลับไม่จำเป็นต้องไปด้วยกันอีก ด้วยเหตุนี้นางจึงลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าว

“…อย่าดีกว่า ประเดี๋ยวข้านั่งรถม้ากลับไปเอง”

นางบอกเช่นนี้ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะนางคิดจะฉวยจังหวะที่พวกซือถูเซิ่งกินอาหารกันไปพูดเรื่องส่วนตัวกับโจวสุยอัน

เมื่อครู่ฉู่หลินหลางสนทนากับหลี่ฮูหยินนานพักใหญ่ หลี่ฮูหยินเป็นคนหูตาไว ไปมาหาสู่กับสตรีเรือนในของขุนนางเมืองหลวงมากมาย จึงรู้เรื่องของสกุลโจวไม่น้อย

หลี่ฮูหยินซุบซิบนินทากับนางว่าสกุลโจวในเวลานี้ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด ตอนที่ฉู่หลินหลางหย่ากับโจวสุยอันแล้วเอาร้านค้าสองแห่งไป แม้ว่าจ้าวซื่อจะเสียดาย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่านี่จะทำให้สกุลโจวอยู่ไม่ได้

ถึงอย่างไรโจวสุยอันก็เป็นขุนนางเมืองหลวง ทั้งยังมีเบี้ยหวัดกับที่นาตามศักดิ์บ้าง กระนั้นเมื่อต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัวจริงๆ กลับชักหน้าไม่ถึงหลัง

เมื่อก่อนฉู่หลินหลางเป็นคนทำบัญชีในจวน กินอยู่ใช้สอยอย่างประหยัดมัธยัสถ์ ถึงขั้นที่วันใดกินปลามื้อใดมีเนื้อสัตว์ล้วนต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

เช่นนี้คนทั้งครอบครัวจึงไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง มิหนำซ้ำยังมีเงินทองเหลือไว้เก็บออมอีกด้วย จ้าวซื่ออยู่ดีมีสุขมาเป็นเวลานาน ทำให้ลืมเลือนการใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์ไปแล้ว

ตอนที่เซี่ยโยวหรานแต่งเข้ามาในตระกูล จ้าวซื่อฉวยโอกาสแย่งอำนาจในการดูแลจวนกลับคืนไป ทางด้านเซี่ยโยวหรานก็ไม่ใคร่ใส่ใจดูแลเรื่องเงินทองพวกนี้เช่นกัน จึงปล่อยให้จ้าวซื่อรับหน้าที่ไปตามใจชอบ

หลังจากจ้าวซื่อดูแลจวนก็ต้องเก็บรวบรวมเงินทองไว้ในมือ นางบอกให้บุตรชายนำเบี้ยหวัดมามอบให้นางทั้งหมด

ทางด้านโจวสุยอันเริ่มรู้สึกว่าใช้สอยเงินทองได้ไม่คล่องมือแล้ว เมืองหลวงไม่เหมือนชนบท แค่ดื่มสุราดื่มชากับสหายขุนนางคราหนึ่งก็ต้องใช้ถึงสิบกว่าตำลึง แล้วเขาจะให้คนอื่นจ่ายเงินให้ทุกครั้งโดยไม่กระดากใจได้อย่างไร

หลังจากพร่ำบ่นกับมารดาหลายครั้ง จ้าวซื่อเห็นว่าบุตรชายเป็นขุนนางใหญ่เช่นนี้จะปล่อยให้เขาไม่มีเงินติดตัวไม่ได้ ดังนั้นการกินการอยู่ในจวนต้องกระเบียดกระเสียรมากขึ้นทุกที นอกจากอาหารประจำบนโต๊ะจะกลายเป็นเต้าหู้ผักกาดขาว จ้าวซื่อยังไม่ให้ยวนเอ๋อร์ไปเล่าเรียนที่สำนักศึกษาสตรีแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้เซี่ยโยวหรานก็รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับตนเอง ทะเลาะเบาะแว้งกับจ้าวซื่อทุกวัน นางพูดว่าขุนนางขั้นหกของเมืองหลวงต้องทนใช้ชีวิตอย่างอัตคัดฝืดเคืองเพียงนี้ด้วยหรือ

เซี่ยโยวหรานมีสินเดิมเจ้าสาวไม่มาก แต่โชคดีที่นางสามารถลอบพบกับซูซื่อตามงานเลี้ยงสังสรรค์แล้วขอเงินจากมารดาเพิ่มได้ นางจึงทำห้องครัวเล็กตั้งเตาแยกต่างหากไว้ในเรือนตน ซื้อกุ้งหอยปูปลาหมูเห็ดเป็ดไก่มาทำอาหารส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งลานเรือน

แต่นางก็เหลือเกินจริงๆ เพียงจุดเตาหุงหาอาหารให้ตนเองกับโจวสุยอันโดยไม่แบ่งให้คนทั้งครอบครัว

พอจ้าวซื่อ บุตรสาว และหูซื่อได้กลิ่นหอมแล้วจะกลืนน้ำแกงผักกาดขาวลงคอได้อย่างไร

นางเรียกลูกสะใภ้มาพูดอบรมตักเตือน บอกว่าอดีตลูกสะใภ้จุนเจือค่าใช้จ่ายในจวนอย่างไร แต่เซี่ยโยวหรานกลอกตาแล้วกล่าวว่า ‘ทั่วทั้งเมืองหลวงนี้มีอยู่ไม่กี่เหย้าเรือนที่กินอยู่ใช้สอยยังต้องขอจากลูกสะใภ้ ข้าแต่งเข้าตระกูลยากจนหรือไร ตอนนี้ข้าตั้งครรภ์อยู่ ตระกูลเดิมเอาอาหารดีๆ มาเจือจานข้า ข้ายังต้องนำมาแบ่งกับคนอื่นด้วยหรือ’

จ้าวซื่อโกรธจนพูดไม่ออก นางออกจากจวนไปพร่ำบ่นกับฮูหยินที่คุ้นเคยกันดีว่าเดิมทีสกุลโจวของพวกนางมีชีวิตสุขสบายดี หากมิใช่เซี่ยโยวหรานไม่รักนวลสงวนตัวมาพัวพันกับบุตรชายนาง เป็นเหตุให้เกิดคลื่นลมขึ้น สกุลโจวจะต้องอยู่กันอย่างประหยัดมัธยัสถ์ถึงเพียงนี้ด้วยหรือ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 7

บทที่ 7 องค์หญิงไท่ผิง วันที่สิบสี่เดือนหนึ่งแขกเหรื่อได้ทยอยมาถึงคฤหาสน์เฟยหงแล้ว วันพรุ่งนี้วันที่สิบห้าจึงจะเป็นวันงา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2

บทที่ 57.1 ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้ไม่ล่วงรู้ว่าเวลาที่นางงดงามที่สุดหาใช่ยามยิ้มหวานประจบเอาใจคน แต่เป็นท่าทางที่นางเบิกตา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 58.1-58.2

บทที่ 58.1 วันงานเทศกาลคึกคักพลุกพล่านเช่นนี้มักเป็นช่วงที่มีสตรีในห้องหอกับเด็กน้อยหายตัวไปมากที่สุด ซุนซื่อมารดาของฉู่...

community.jamsai.com