ทางด้านรัชทายาทเดิมทีก็ไม่ใคร่ใส่ใจเรื่องนี้นัก…คนที่ทำงานให้เขาจะมือไม้อยู่ไม่สุข ทำเรื่องออกนอกลู่นอกทางบ้างก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
ตราบใดที่ไม่สร้างปัญหาเกินไป เขาจะหลับตาข้างหนึ่งเสมอ เป็นการแสดงความเมตตาปรานีต่อผู้อยู่ใต้อาณัติบ้าง
แต่เวลานี้คดีไร้สาระเช่นนี้ซือถูเซิ่งกลับยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวจนเป็นเรื่องใหญ่โต ทั้งยังรู้ไปถึงฮ่องเต้ เขาจึงรู้ทันทีว่าเรื่องนี้ยุ่งยากเสียแล้ว รัชทายาทหรี่ตาลง หนังตากระตุกอย่างห้ามไม่อยู่
ไม่นานนักหูตาในวังหลวงก็ส่งข่าวมาที่ตำหนักของรัชทายาทในที่สุด
ที่แท้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้ต้องยกความดีความชอบให้เจ้าสี่น้องชายผู้แสนดีของเขาคนนั้น
ได้ยินว่าน้องสี่ของเขาได้ลิ้นจี่มาจากแคว้นทางแดนใต้ อยากให้บิดามารดาได้ลิ้มลองของสดใหม่ เขาจึงหอบลิ้นจี่ที่ยังมีน้ำค้างเกาะอยู่ตามใบไปเข้าเฝ้าจิ้งเฟยในวังหลวง ขณะนั้นจิ้งเฟยกำลังปรนนิบัติฮ่องเต้เสวยพระกระยาหารเช้าพอดี
องค์ชายสี่แกะเปลือกลิ้นจี่พร้อมกับเล่าเรื่องแปลกใหม่ให้ฮ่องเต้ฟังว่าเมื่อวานตนเองร่ำสุราจนดึกดื่นแล้วบังเอิญพบซือถูเซิ่งจับกุมคนไปสอบสวนที่ศาลยุติธรรมในยามราตรีพอดี
ปรากฏว่าฮ่องเต้ยิ่งฟังยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม พอได้ยินองค์ชายสี่พูดว่าซือถูเซิ่งอยากจะสืบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดเพื่อมิให้คดีลักพาตัวตามที่ต่างๆ ต้องจบลงอย่างเป็นปริศนาเช่นเดียวกับที่ผ่านมา แต่ติดขัดที่ตนเองย้ายออกจากศาลยุติธรรมแล้ว เขาจึงเขียนหนังสือฎีกาถวายฮ่องเต้หนึ่งฉบับ ใบหน้าฮ่องเต้ก็บึ้งตึง จากนั้นก็สั่งให้หัวหน้าขันทีค้นหาหนังสือฎีกาที่ซือถูเซิ่งนำขึ้นถวายเมื่อคืนออกมาแล้วหรี่ตาอ่าน
ในนั้นมีถ้อยความประโยคหนึ่งว่า ‘ลักพาตัวสตรีดูคล้ายเป็นคดีเล็ก แต่แท้จริงแล้วคือคดีใหญ่ที่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ตามหลักศีลธรรมจรรยา หากทุกที่ให้ความสำคัญ เสียงร้องทุกข์ของราษฎรจะเบาลงได้’ นี่ถึงกับทำให้ฮ่องเต้หลั่งน้ำตาอย่างหม่นหมองโดยพลัน จากนั้นฮ่องเต้ก็สั่งให้คนส่งพระราชโองการฉบับนั้นไป
รัชทายาทฟังถึงตรงนี้แล้วก็เข้าใจเรื่องราวได้มากกว่าครึ่ง เขาโบกมือบอกให้ใต้เท้าเฉิงกลับไปก่อน แต่ก็คอยสืบถามความเคลื่อนไหวของทางซือถูเซิ่งไว้ทุกเมื่อ
ก่อนหน้านี้รัชทายาทไม่ได้เก็บเรื่องไร้สาระพรรค์นี้มาใส่ใจสักนิด ทว่ายามนี้เขามีสีหน้าเคร่งขรึมแล้ว
สุนัขผายลม! ร่ำสุราจนดึกดื่นแล้วบังเอิญพบรึ แล้วนำลิ้นจี่ไปถวายอะไรกัน บัดซบ! นี่ต้องมีใจกตัญญูอัดแน่นเต็มอกจนนอนไม่หลับถึงเข้าวังไปตั้งแต่เช้าตรู่กระมัง
รัชทายาทเดาะลิ้นคราหนึ่ง เขาคิดตามทันแล้ว เขาถูกกลซ้อนกลเข้าเสียแล้ว!
ซือถูเซิ่งหันไปสวามิภักดิ์กับเจ้าสี่แล้ววางกับดักเขาอย่างเห็นได้ชัด!
เมื่อเป็นเช่นนี้รัชทายาทก็สั่งให้คนไปเรียกเฉินฟั่งมาพบ
เมื่อคืนคหบดีเฉินถูกคนของศาลยุติธรรมจับตัวตอนดื่มสุราเคล้านารีบนเรือสำราญของหอคณิกา เฉินฟั่งถึงเพิ่งได้ข่าวเมื่อเช้านี้
เดิมทีเขานึกว่าขอแค่รัชทายาทออกปากแล้วค่อยให้ใต้เท้าเฉิงออกหน้าก็สามารถช่วยคนออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่คิดไม่ถึงว่าจวนจะถึงยามเที่ยงแล้วก็ไม่เห็นทางนั้นปล่อยตัว ครั้นได้ยินรัชทายาทเรียกตัว เขาก็นึกว่ามีข่าวดีแล้ว
ไฉนเลยจะรู้ว่าเขาเพิ่งคารวะรัชทายาทยังไม่ทันยืนตัวตรง รัชทายาทก็ปรี่เข้ามาถีบยอดอกเขาคราหนึ่ง
“เจ้าโง่! อยู่ดีไม่ว่าดีไปตอแยผู้ดูแลหญิงของจวนซือถูเซิ่งเพื่ออันใด มิหนำซ้ำลงมือลงไม้ไม่เรียบร้อยหมดจด ทิ้งร่องรอยไว้ไปทั่วจนถูกจับได้เช่นนี้”
เฉินฟั่งเป็นที่โปรดปรานของรัชทายาทเสมอมา ไม่เคยถูกถีบยอดอกเช่นนี้มาก่อน
เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที จึงลุกลี้ลุกลนคุกเข่าลงแล้วกล่าวว่า “สตรีนางนั้นไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่ยอมทำงานรับใช้พระองค์ ท่านอาของกระหม่อมโมโหจนทนไม่ไหวอยากจะให้บทเรียนกับนาง เรื่องนี้เป็นท่านอาของกระหม่อมสั่งให้คนทำ กระหม่อมไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย แค่ยืนกรานไม่ยอมรับ ซือถูเซิ่งจะทำอะไรได้ หรือเขาจะโบยตีบังคับให้สารภาพ”
ดวงตาทั้งคู่ของรัชทายาทเบิกกว้างด้วยความโกรธจนควันแทบจะออกหูแล้ว เขาถ่มน้ำลายใส่หน้าผากของเฉินฟั่ง
“ถุย! ให้บทเรียนรึ ท่านอาของเจ้าคนนั้นทนรับทัณฑ์ทรมานไม่ไหวสักนิด พอซือถูเซิ่งพูดชักจูงคราหนึ่ง ถูกเค้นถามทั้งคืนก็สารภาพจนหมดสิ้นแล้ว เขาบอกว่าสตรีนางนั้นล่วงเกินเจ้า เจ้าจึงบงการให้เขาลักพาตัวนางเป็นการให้บทเรียนกับนาง”
เฉินฟั่งคิดไม่ถึงว่าท่านอาของตนจะไม่ได้ความเพียงนี้ มิหนำซ้ำยังบอกชื่อของเขาออกมา อีกทั้งเขาคาดไม่ถึงว่าซือถูเซิ่งที่เขาไม่ค่อยเห็นอยู่ในสายตามาโดยตลอดจะกล้าลงมือโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้นเช่นนี้
ไม่รู้ว่าซือถูเซิ่งใช้วิธีการโหดเหี้ยมเช่นไร ท่านอาของเขาถึงกับทนไม่ไหวจนผลักเขาออกมารับผิดเช่นนี้ บัดซบโดยแท้!