ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 59.1-59.2 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 59.1-59.2

เฉินฟั่งปล่อยให้น้ำลายเปรอะเปื้อนใบหน้าโดยไม่กล้าเช็ดออก แต่ในใจเขากำลังเดือดพล่านด้วยความโกรธแค้น

กระนั้นเขายังคงเห็นว่านี่มิใช่เรื่องใหญ่ เพียงเร่งรีบกล่าวยอมรับผิด “รัชทายาท ท่านอาของกระหม่อมเข้าใจความหมายกระหม่อมผิดไปจริงๆ กระหม่อมไม่ใช่คนไม่เคารพอาญาบ้านเมือง แต่ว่าขณะนี้ช่วยคนออกมาก่อนจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ ถึงอย่างไรท่านอาของกระหม่อมก็ทำการค้าหลายอย่างแทนพระองค์ หากมีผู้ประสงค์ร้ายรู้เข้าเกรงว่า…”

เฉินฟั่งกล่าววาจายังไม่ทันจบก็รู้ตัวว่าพูดผิดเสียแล้ว เพราะสายตาที่มองมาของรัชทายาทนั้นทอประกายขุ่นเคืองเต็มที

รัชทายาทกัดฟันแล้วเอ่ยขึ้น “สายไปแล้ว คนผู้นี้คงช่วยออกมาไม่ได้แล้ว เสด็จพ่อมีพระบัญชามอบหมายให้ซือถูเซิ่งเป็นผู้ควบคุมการไต่สวนคดีและดูแลคดีนี้ด้วยตนเอง ขุนนางโฉดซือถูเซิ่ง ขอแค่ตกอยู่ในน้ำมือคนผู้นี้ ถึงเป็นหินก้อนหนึ่งก็ต้องปริปากพูด”

เฉินฟั่งหมดหวังโดยสิ้นเชิง เขาเบิกตากว้างพูดโดยไม่ยั้งคิดอีกครา “นี่…มันคดีไร้สาระอะไรกัน เหตุใดถึงทำให้เสด็จพ่อออกหน้ามีพระบัญชาด้วยพระองค์เองได้”

รัชทายาทยังคงแค้นเคืองไม่หาย ปรี่เข้าไปถีบเฉินฟั่งเต็มแรงอีกคราแล้วด่าทอต่อ “แค่ซือถูเซิ่งคนเดียวหรือ กระทั่งเจ้าสี่คนถ่อยผู้นั้นก็เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย! แล้วเป้าหมายก็ไม่ได้อยู่ที่คดีลักพาตัว บัดซบโดยแท้ จะสั่งสอนสตรีนางนั้นก็สั่งสอนเองมิได้รึ จำเพาะต้องวางแผนใช้อุบายโจรลักพาตัวเช่นนั้น หรือเจ้าไม่รู้ว่าเสด็จพ่อมีปมในพระทัย เมื่อก่อนถ้าเสด็จพ่อได้ข่าวว่าจับโจรลักพาตัวในเมืองหลวงได้ มีครั้งใดบ้างที่ไม่เสด็จไปศาลไต่สวนของศาลยุติธรรมด้วยพระองค์เอง”

เฉินฟั่งไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ครั้นได้ยินรัชทายาทเอ่ยขึ้นก็คล้ายว่าจะเป็นเช่นนี้จริงๆ

เขาเบิกตาพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นเหตุใดฮ่องเต้…”

รัชทายาทโบกมือไปมา คร้านจะพูดถึงเรื่องราวในอดีตอีก หลังจากได้เตะต่อยด่าทอคนยกหนึ่งก็สงบจิตใจลงได้ทีละน้อย

ว่ากันถึงที่สุดแล้วเหตุที่วันนี้คดีเล็กกลายเป็นคดีใหญ่เช่นนี้ ความจริงแล้วเป็นเพราะซือถูเซิ่งตั้งใจจะฉีกหน้าแตกหักกับเขา!

ก่อนหน้านี้บุรุษผู้นั้นไปสอบปากคำเสด็จอาของเขาที่เขตต้องห้ามของอาราม จะต้องได้ยินเรื่องเก่าๆ ที่เกี่ยวกับตำหนักของรัชทายาทในครั้งนั้นจากปากของไท่อ๋องเป็นแน่ และคงล่วงรู้จุดอ่อนของบิดาแล้ว

ดังนั้นคราวนี้ซือถูเซิ่งจึงอ้างเหตุที่ผู้ดูแลหญิงในจวนเกือบถูกคนลักพาตัวไป ยกปัญหาการรักษาความสงบเรียบร้อยของเมืองหลวงและโจรลักพาตัวกำเริบเสิบสานขึ้นมา แล้วให้เจ้าสี่ออกหน้าสะกิดปมฝังใจในอดีตของบิดา จากนั้นซือถูเซิ่งก็สามารถเป็นจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ จับกุมคหบดีเฉินเป็นการโจมตีเขา!

หากมิใช่ว่าซือถูเซิ่งวางแผนเล่นงานเขา รัชทายาทก็อยากชมเชยว่าอีกฝ่ายช่างล้ำเลิศจริงๆ คาดคะเนจิตใจคนได้แม่นยำดีแท้

แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาคิดบัญชีกับความเบาปัญญาของผู้อยู่ใต้อาณัติ

ลักพาตัวสตรีนางหนึ่งไม่นับว่าเป็นอะไร แต่คหบดีเฉินค้าขายสินค้าสำคัญแทนเขา ทันทีที่การค้าเหล่านี้ถูกเปิดเผยออกมาจะเป็นเรื่องใหญ่หลวงที่สั่นสะเทือนราชสำนักได้ทีเดียว

วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้มีเพียงตัดหางทิ้งเอาชีวิตรอด!

รัชทายาทใคร่ครวญเช่นนี้แล้วก็กวักมือเรียกเฉินฟั่งเข้ามากระซิบสั่งการบางอย่าง เฉินฟั่งก้มศีรษะรับฟังแล้วก็เบิกตากว้างอย่างสุดระงับ แขนของเขาสั่นระริกเพราะรู้ว่าถ้าตนเองทำงานบกพร่องอีก เกรงว่าเขาคงเป็นคนต่อไปที่จะเป็นหางซึ่งถูกตัดทิ้ง

เฉินฟั่งไม่กล้าชักช้า ออกไปปฏิบัติตามคำสั่งทันที

 

ยามบ่าย หลังจากคหบดีเฉินถูกลงทัณฑ์แล้วนอนหมดสติอยู่ในห้องขัง ใครจะรู้ว่าตอนผู้คุมนักโทษหันไปมองอีกคราก็พบว่าเขาเอาศีรษะทิ่มลงถังส้วมในห้องขัง จมอยู่ในกองอาจมขาดใจตายไปแล้ว

หากเขาทนถูกลงทัณฑ์ไม่ไหวจนคิดสั้น นี่ก็เป็นวิธีตายที่พิสดารเหลือเกิน

กระนั้นก็ไม่มีใครเห็นว่ามีคนเข้าไปใกล้ห้องขัง ได้แต่คาดเดาว่าเขาจมกองอาจมในถังส้วมเอง

ขณะที่เฉินฟั่งนั้นถูกใต้เท้าเฉิงเรียกตัวมาซักถามคราหนึ่งตามระเบียบขั้นตอน

แม้ว่าจะมีคำให้การของคหบดีเฉินก่อนหน้านี้ แต่เฉินฟั่งยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าตนเองกับฉู่หลินหลางไม่เคยไปมาหาสู่กัน เขาไม่รู้เรื่องนี้สักนิด อีกทั้งเมื่อก่อนท่านอาของเขาก็ชอบอ้างชื่อเขากระทำเรื่องไม่ดีมาบ้าง เขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน

เพราะเหตุนี้สุดท้ายคดีลักพาตัวครั้งนี้ก็จบลงด้วยการที่วาณิชหลวงผู้มีอำนาจซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของรัชทายาทฆ่าตัวตายหนีความผิดในคุกของศาลยุติธรรม

ตอนที่เฉินฟั่งถูกปล่อยตัว ซือถูเซิ่งเป็นคนออกมาส่งด้วยตนเอง

ใต้เท้าซือถูช่วยคลุมชุดคลุมให้ใต้เท้าเฉินเองอย่างเอาใจใส่ยิ่ง แต่ตอนผูกสายรัด ใบหน้าของซือถูเซิ่งประดับรอยยิ้มน้อยๆ ดวงตาจ้องมองอีกฝ่ายเขม็งพร้อมกับพูดเน้นเสียงทีละคำ

“วันหน้าอยู่ให้ห่างจากจวนของข้าสักหน่อย หากยังกล้ายื่นมือเข้ามาอีก ท่านจะไม่ได้ออกไปอย่างง่ายดายเช่นนี้แล้ว…”

ยามกล่าววาจานี้มือของเขาออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉินฟั่งถูกรัดคอจนเกือบหายใจไม่ออก

เพื่อปกป้องรัชทายาท เฉินฟั่งต้องสั่งให้คนปลิดชีพท่านอาของตนเอง เข้าตำราที่ว่าเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ยังต้องเอากระดูกมาแขวนคออีก!

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6

บทที่ 5 ต่อจากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมวงดื่มชาพูดคุยสัพเพเหระกัน ฉู่หลินหลางฟังจากคำสนทนาโต้ตอบกันก็เข้าใจอะไรได้รางๆ แล้ว บิ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 16-18

บทที่ 16 เฟิงซุ่นอินแทบจะซบอยู่กับแผงอกเขาทั้งตัว เอวด้านหลังถูกคันธนูยาวของเขากักไว้แน่นทำให้ไม่อาจขยับตัว กระทั่งลมหาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 19-20

บทที่ 19 ยามที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ มู่ฉางโจวเดินออกมาจากคุกใหญ่ที่มีแสงสลัวของเหลียงโจว ข้างนอกเป็นลานรกร้างที่มีผู้ค...

community.jamsai.com