หลังได้รับข่าวจากผู้ประสานงานในเมืองฉางอัน หมิงหวาจางก็ไปหาพวกเซี่ยจี้ชวนที่จุดนัดพบหอเยวี่ยหม่าน
นาม ‘หอเยวี่ยหม่าน’* นี้ตั้งได้สุนทรีย์ยิ่ง แต่แท้จริงแล้วเป็นฐานปฏิบัติการแห่งหนึ่งของหน่วยเค้าแมวนิลในเมืองฉางอัน ครั้นหมิงหวาจางพาหมิงหวาฉังเดินเข้าประตูหอ เสี่ยวเอ้อร์ก็รีบมาต้อนรับด้วยไมตรี
“ลูกค้าทั้งสองท่าน แวะกินอาหารหรือค้างแรมขอรับ”
หมิงหวาจางตอบเสียงเรียบ “อิ้งเจียงหงบ่มสิบเจ็ดปีของหอเจ้ายังมีอยู่หรือไม่”
เสี่ยวเอ้อร์ชะงักเพียงครู่หนึ่งก็คลี่ยิ้ม “มีขอรับ ท่านต้องการกี่ไห”
“ช่างเถิด ประเดี๋ยวยังมีธุระ ดื่มอิ้งเจียงหงยุ่งยาก เปลี่ยนเป็นจู๋เยี่ยชิง** หนึ่งป้าน เอากลับบ้านแล้วกัน”
เสี่ยวเอ้อร์ขานตอบอย่างกระตือรือร้น ค้อมกายกล่าว “ได้ขอรับ ลูกค้าทั้งสองท่านโปรดตามข้าน้อยมา”
นี่ฟังดูเป็นบทสนทนาที่แสนจะธรรมดาทั่วไป หากเป็นเมื่อก่อนหมิงหวาฉังย่อมไม่สังเกต ทว่าเวลานี้นางกลับฟังออก
ดูคล้ายสั่งสุราไปตามอารมณ์ ที่แท้ล้วนเป็นภาษาลับ ชื่อสุราสื่อถึงลักษณะภารกิจ อย่างเช่นหมิงหวาจางสั่งอิ้งเจียงหง บ่งบอกว่าเขากับนางมาที่นี่เพื่อติดต่อคน ส่วนจำนวนปีของสุราเป็นรหัสที่หมิงหวาจางกับเซี่ยจี้ชวนหารือกันระหว่างทาง เซี่ยจี้ชวนล่วงหน้ามาก่อน สั่งอิ้งเจียงหงบ่มสิบเจ็ดปีแล้วบอกเสี่ยวเอ้อร์ว่าพวกเขากำลังรอคน เช่นนี้ต่อให้คนนอกรู้ความนัยของอิ้งเจียงหง แต่หากไม่รู้รหัสภายในก็ไม่มีทางต่อรหัสบอกจำนวนปีได้ถูกต้อง
ส่วนที่เสี่ยวเอ้อร์ถามว่าต้องการกี่ไหนั้นเป็นหลุมพราง เป็นการยืนยันอีกรอบเพื่อป้องกันรหัสรั่วไหลหรือมีคนต่อรหัสได้โดยบังเอิญ หากผู้ที่มาพูดคล้อยตามเสี่ยวเอ้อร์ แสดงว่าผู้ที่มาเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้องคือปฏิเสธแล้วสั่งสุราอีกชนิดแทน ซึ่งจู๋เยี่ยชิงคือรหัสแก้ที่หมิงหวาจางกับเซี่ยจี้ชวนหารือไว้ก่อนแล้วเช่นกัน
เสี่ยวเอ้อร์นำทางหมิงหวาจางกับหมิงหวาฉังขึ้นมาชั้นสอง พาทั้งสองคนมาถึงหน้าประตูห้องพิเศษห้องหนึ่งแล้วจากไป หมิงหวาจางผลักเปิดประตูห้องก็เห็นเซี่ยจี้ชวน เจียงหลิง และเหรินเหยานั่งอยู่ข้างในจริงๆ
เจียงหลิงได้ยินเสียงก็หันมาเอ่ยว่า “พวกเรากินเสร็จไปมื้อหนึ่งแล้ว พวกเจ้ามาได้เสียที”
เหรินเหยากล่าว “อาหารบนโต๊ะเย็นชืดหมดแล้ว สั่งใหม่อีกสองสามอย่างเถิด”
“ไม่ต้องวุ่นวาย” หมิงหวาจางนั่งลงพลางตอบ “เวลาเร่งด่วน ทำภารกิจก่อนสำคัญกว่า ภารกิจข้าบอกพวกเจ้าระหว่างทางแล้ว ขอย้ำอีกรอบ สิ่งที่พวกเราต้องหาคือภาพแบบที่ถูกจางจื่ออวิ๋นขโมยไป จางจื่ออวิ๋นถูกสังหารในหอคณิกา ภาพแบบที่เขาซ่อนในไม้เท้าก็หายไปเช่นกัน ข้าคาดเดาเบื้องต้นว่าภาพแบบถูกคนร้ายขโมยไปแล้ว ตอนนี้พวกเราจะไปสืบหอคณิกาที่จางจื่ออวิ๋นเสียชีวิต…ซึ่งก็คือหอเทียนเซียง พวกเราจะแบ่งกำลังเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ในที่แจ้ง กลุ่มหนึ่งอยู่ในทางลับ ร่วมกันหาตัวคนร้ายที่สังหารจางจื่ออวิ๋น”
ผู้ฟังทั้งสี่คนผงกศีรษะรับคำ ฟังจากสถานการณ์แล้วคาดเดาได้ไม่ยากว่าจางจื่ออวิ๋นคือจางซัน หมิงหวาจางสั่งการต่อ
“ข้ากับเซี่ยจี้ชวนจะอยู่ในทางลับ ลอบปะปนเข้าหอเทียนเซียงไปสืบเงียบๆ เจียงหลิง เจ้าอยู่ในที่แจ้งกับเอ้อร์เหนียงและเหรินเหยา เข้าหอเทียนเซียงไปค้างแรมในฐานะแขก ดึงดูดสายตาคนในหอ คอยอำพรางให้พวกเราในยามจำเป็น”
* กลอนห้าคำสี่ประโยค หรืออู่เหยียนเจวี๋ยจวี้ คือรูปแบบกลอนโบราณของจีนที่กำหนดให้ 1 บทมี 4 ประโยค ใน 1 ประโยคมี 5 คำ
* ท่องถ้ำเซียน เป็นนิยายประโลมโลกสมัยราชวงศ์ถัง เขียนโดยจางจั๋ว สำนวนภาษางดงามเข้าใจง่ายและมีชีวิตชีวา ถือเป็นวรรณกรรมจีนเก่าแก่ที่สุดที่เขียนถึงบทอัศจรรย์โดยตรง
** ราชธานีตะวันตก หมายถึงเมืองฉางอัน เมืองหลวงเดิมของราชวงศ์ถัง เนื่องจากอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองลั่วหยาง จึงเรียกขานว่าราชธานีตะวันตก
* ให้คำรับรองภารกิจ คือเขียนหนังสือรับรองหลังได้รับภารกิจสำคัญ เป็นการแสดงออกว่ายินดีรับโทษหากไม่อาจทำภารกิจสำเร็จลุล่วง
** เจตนาของเฒ่าสุรามิได้อยู่ที่สุรา หมายถึงมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง หรือเจตนาแท้จริงอยู่ที่เรื่องอื่น มีที่มาจากร้อยแก้วเรื่อง ‘บันทึกศาลาเฒ่าขี้เมา’ ของโอวหยางซิว ขุนนางนักประพันธ์สมัยราชวงศ์ซ่ง เจ้าของฉายาเฒ่าขี้เมา ซึ่งใจความของร้อยแก้วสื่อว่าจุดประสงค์แท้จริงที่เฒ่าขี้เมานั่งในศาลานี้ก็เพื่อจะชมทิวทัศน์ ไม่ใช่เพื่อจะร่ำสุรา
*** เยวี่ยหู แปลว่าจิ้งจอกจันทรา
* ซัน แปลว่าสาม
** เทียนเซียง แปลว่าสรวงสุคนธ์ หรือกลิ่นหอมจากสวรรค์
* เยวี่ยหม่าน แปลว่าจันทร์เพ็ญ
** จู๋เยี่ยชิง คือสุราสมุนไพรจากหมู่บ้านซิ่งฮวาชุน อำเภอเฝินหยาง มณฑลซานซี ได้รับยกย่องเป็นสุราบำรุงสุขภาพอันดับหนึ่งของจีน
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 27 ส.ค. 69