ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

สายตาของเสิ่นหุยกวาดมองเหล่าขุนนางที่ทยอยคุกเข่าค้อมกายคารวะลงในห้องโถง ไม่เห็นเงาร่างเผยไหวกวงอย่างที่คาดไว้ เขาบอกว่าไม่มาก็ไม่มาจริงๆ

แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีทางมา แต่เสิ่นหุยยังคงหวังว่าเขาจะอยู่ด้วย เพราะเกรงว่าอาจเกิดสถานการณ์ที่มีความเห็นต่างขึ้นมา

“ขอฝ่าบาททรงมีพระชนมายุหมื่นปีหมื่นๆ ปี ขอไทเฮาทรงมีพระชนมายุพันปีพันๆ ปี”

มือเล็กของฉีอวี้ที่ถูกเสิ่นหุยกุมไว้สั่นเทา เสิ่นหุยรับรู้ได้จึงบีบมือของฉีอวี้แรงขึ้นเล็กน้อย นางมองตรงไปยังบัลลังก์มังกรข้างหน้าแล้วเดินต่อไป ในที่สุดนางก็เดินผ่านเหล่าขุนนางที่คุกเข่าอยู่ เสิ่นหุยจูงมือฉีอวี้เดินขึ้นบันไดหยกทีละก้าว ชายกระโปรงสีเหลืองลากไปตามขั้นบันได ผ้าไหมสีทองเปล่งประกายระยิบระยับตามฝีเท้าของนาง

เสิ่นหุยคลายมือออก ปล่อยให้ฉีอวี้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ด้วยตนเอง

มือเล็กที่ถูกจับไว้แน่นนั้นคลายออกอย่างกะทันหัน ฉีอวี้เงยหน้าขึ้นอย่างงุนงงเล็กน้อยแล้วมองไปที่เสิ่นหุย เสิ่นหุยอมยิ้มพลางมองนางแล้วพยักหน้าช้าๆ

เหล่าขุนนางที่คุกเข่าอยู่อดไม่ได้ที่จะลอบเงยหน้าขึ้นมอง

ฉีอวี้ค่อยๆ เดินไปยังบัลลังก์มังกร นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ หันกลับมา เขย่งปลายเท้าอย่างลำบากแล้วนั่งลงบนบัลลังก์มังกรที่สูงเกินไปสำหรับนาง

เสิ่นหุยส่งสายตาชื่นชมให้นาง แต่ฉีอวี้มองไม่เห็น นางเอาแต่ทำหน้านิ่งจ้องมองไปข้างหน้า

ตอนนี้เสิ่นหุยจึงเดินไปนั่งลงบนที่นั่งที่เตรียมไว้หลังม่านมุกด้านข้าง จากนั้นก็มองไปทางฉีอวี้แล้วรอเงียบๆ เหล่าขุนนางเต็มห้องโถงก็รออยู่เช่นกัน

ทุกคนต่างรอ คล้ายกับเวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนกระทั่งในที่สุดก็มีเสียงเด็กน้อยไร้เดียงสาดังขึ้นในห้องโถงสีทองอร่ามตระการตา

“ขุนนางรักทุกท่านยืนขึ้นเถิด”

หลังม่านมุกที่พลิ้วไหวเบาๆ ไปตามสายลม เสิ่นหุยยิ้มจนดวงตายกโค้งอย่างช้าๆ

 

การประชุมเช้าวันนี้ทุกคนต่างคิดว่าเผยไหวกวงจะปรากฏตัว แต่เขากลับไม่ได้ไป เหล่าขุนนางอดคิดไม่ได้ว่านับตั้งแต่มาที่เมืองกวนหลิงดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเข้าประชุมเช้าเท่าใดนัก

ขณะที่ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งตำหนักจินลู่ต่างคาดเดาท่าทีของเผยไหวกวง เผยไหวกวงกำลังยืนอยู่ตรงพื้นที่ปลูกต้นลิ้นจี่ทางมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ของลานเรือน สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

พายุฝนเมื่อคืนนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ได้ยินว่าเหย้าเรือนของชาวบ้านพังถล่มลงมาไม่น้อย ถึงขั้นมีต้นไม้เก่าแก่อายุหลายร้อยปีถูกถอนรากขึ้นมาด้วย

ใต้เพิงที่เผยไหวกวงสร้างขึ้นมาบังลมกันฝนด้วยตนเอง ต้นอ่อนลิ้นจี่สามต้นนั้น ต้นหนึ่งหัก ต้นหนึ่งแห้งตาย เหลือเพียงต้นสุดท้ายที่ราวกับสั่นเทาเหมือนคนกำลังประคองชีวิตที่เหลืออยู่

ซุ่นซุ่ยตอบอย่างอกสั่นขวัญแขวน “จั่งอิ้น พายุฝนเมื่อคืนรุนแรงมากเหลือเกิน ข้ากับขันทีรุ่นเล็กหลายคนคิดหาทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ช่วยไว้ไม่ได้…”

“ไปเอาพลั่วมา ย้ายต้นอ่อนต้นสุดท้ายนี้พร้อมกับดินเข้าไปในเรือน” เผยไหวกวงสั่งด้วยใบหน้าบึ้งตึง

ซุ่นซุ่ยรีบทำตามคำสั่งทันที

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121

บทที่ 119 ไม่เห็นก็ยังดี แต่เมื่อมาถึงฮั่นหยางแล้วเห็นสภาพที่เจียงซิ่วรุ่นนั่งขัดสมาธิบนเนินเขากินขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผั...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118

บทที่ 117 เฟิ่งหลีอู๋ได้ยินคำพูดขององครักษ์แล้วก็ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพียงกระตุ้นม้าตามไปอย่างบ้าคลั่ง รอจนเร่งรุดไป...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 115-116

บทที่ 115 เฟิ่งหลีอู๋เดิมคิดอยู่ว่าเจียงซิ่วรุ่นจะต้องกังวล หรืออาจจะร้องขอความเมตตาจากเขาอย่างโจรใจหวาดเป็นแน่ ใครจะคิด...

community.jamsai.com