ตอนที่องครักษ์ผู้นั้นกลับไปที่จวนรัชทายาท รัชทายาทยังไม่กลับจวนจริงๆ
ดังนั้นองครักษ์จึงหันหลังออกจากจวนรัชทายาท แล้วตรงดิ่งไปยังจวนสกุลหยางเพื่อตามหารัชทายาททันที
อันที่จริงเมื่อคืนเฟิ่งหลีอู๋จงใจไม่กลับไปจวนเอง
ความแง่งอนของเจียงซิ่วรุ่นในสองวันนี้ เขาจะไม่สังเกตเห็นได้อย่างไร แต่การแง่งอนคราวนี้มาอย่างไม่มีสาเหตุเลยแม้แต่น้อย แม่นางน้อยคนนี้ช่างถูกเขาตามใจจนเสียคนแล้วจริงๆ
เฟิ่งหลีอู๋จึงถูกนางกระตุ้นโทสะขึ้นมาแล้วเช่นกัน รู้สึกว่าต้องเย็นชากับนางสักหน่อยบ้างแล้ว
สิ่งใดก็ตามที่ได้มาโดยง่ายจนเกินไป ล้วนไม่มีทางรู้สึกเสียดาย นี่เป็นเพราะนางมั่นใจว่าเขาต้องรักใคร่โปรดปรานนางเหมือนเช่นทุกที ถึงได้ใส่อารมณ์อย่างไม่มีเหตุผล
พอดีกับที่สกุลหยางเสนอการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์มา โดยตั้งใจให้หยางหรูซวี่บุตรสาวสายตรงแต่งงานกับเขา
เฟิ่งหลีอู๋ลองใคร่ครวญดูรู้สึกว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลว จวนรัชทายาทจำเป็นต้องมีชายาเอกสักคนหนึ่งแล้วจริงๆ
ในจวนแม้จะมีชายารองสามคน แต่เฟิ่งหลีอู๋รู้สึกอยู่ตลอดว่าล้วนไม่คู่ควรจะเป็นชายาเอก ความโง่เขลาของเฉาซี และความเหลวไหลของเถียนอิ๋งล้วนทำให้เขาไม่สามารถทนได้
เจียงซิ่วรุ่นแม้จะถูกใจเขาไปหมดทุกอย่าง แต่ท้ายที่สุดก็คือตัวประกันหญิงของแคว้นที่อ่อนแอแคว้นหนึ่ง ไม่มีอำนาจใดให้พึ่งพาได้ อีกทั้งอายุนางก็ยังน้อย ความคิดเฉียบแหลม ทำงานออกมาไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์โดยทั่วไป ระยะนี้ยังอาศัยความโปรดปรานจนนิสัยโอหังอย่างร้ายกาจ เฟิ่งหลีอู๋เชื่อว่าหากวางนางไว้ในตำแหน่งชายาเอกจะยิ่งมิใช่การรักใคร่โปรดปรานนาง แต่กลับเป็นการทำร้ายนางเสียมากกว่า
ดังนั้นหากสามารถหาสตรีที่มีกิริยามารยาทสมเป็นประมุขหญิงที่แท้จริงสักคนหนึ่งมานั่งดูแลในจวนรัชทายาท และสามารถยอมรับคนที่เขารักสุดหัวใจได้ด้วย ถึงจะน่าพอใจเป็นที่สุด
หยางหรูซวี่ผู้นั้นเป็นสตรีที่มีจิตใจสูงส่งไม่ธรรมดา คุณธรรมจริยธรรมในจวนสกุลหยางก็ได้รับการยกย่องจากผู้คนอย่างสูงยิ่ง ภรรยาเอกกับอนุอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง บุตรสายตรงกับบุตรอนุเป็นไปตามลำดับ หากหยางหรูซวี่มีคุณธรรมได้ครึ่งของมารดานางก็เพียงพอแล้ว
เฟิ่งหลีอู๋กอดความคิดที่จะหมางเมินเย็นชากับเจียงซิ่วรุ่นบ้างเอาไว้ ถึงได้ไม่กลับจวนตลอดทั้งคืน
เวลาหนึ่งคืนก็เพียงพอที่จะทำให้นางใจเย็นลงบ้างกระมัง พร้อมไตร่ตรองถึงความไม่เหมาะสมของนางในระยะนี้ได้แล้ว
แม้เฟิ่งหลีอู๋จะคิดเช่นนี้ แต่กลับสั่งข้ารับใช้อย่างอดไม่ได้ว่าอีกประเดี๋ยวตอนที่ออกมาจากจวนสกุลหยางแล้ว ให้สำรวจดูที่ย่านตลาดว่ามีแผงขายขนมแป้งทอดเนื้อนุ่มบ้างหรือไม่ หากว่ามีก็ซื้อมาสักจำนวนหนึ่ง ต้องให้คนขายใส่งาและถั่วลิสงป่นเพิ่มด้วย
เขาจำได้ว่าระยะนี้เจียงซิ่วรุ่นดูเหมือนจะชอบกินขนมนี้มาก คำนวณเวลาดู นางก็น่าจะตื่นแล้ว จะได้ซื้อกลับไปให้นางกินเป็นของว่างยามเช้าพอดี…
ในตอนที่เขาลุกขึ้นเตรียมตัวกลับจวนรัชทายาทนี่เอง เมื่อออกมาได้ครึ่งทาง ก็พบเข้ากับองครักษ์ของเจียงซิ่วรุ่นที่มาตามหาเขา
เมื่อได้ยินข่าวที่องครักษ์รายงานว่าหัวหน้ากองเจียงออกจากเมืองหลวงไปแล้ว ใบหน้าเฟิ่งหลีอู๋ก็มืดทะมึน เขาปาขนมแป้งทอดในมือที่เพิ่งซื้อมาห่อนั้นลงพื้นทันที…ขนมแป้งทอดเนื้อนุ่มหลายชิ้นคลุกฝุ่นดินที่ฟุ้งปลิวขึ้นมาจากกีบเท้าม้า
* เห็นกระจ่างแม้ขนอ่อนในฤดูใบไม้ร่วง หมายถึงสายตาคมกริบจนมองเห็นแม้แต่ขนอ่อนของสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วง
* หวงกุ้ยเฟย เป็นลำดับศักดิ์ของสตรีในวังหลวง ลำดับขั้นรองจากฮองเฮาเท่านั้น
* เกลือไม้ไผ่ เป็นเกลือที่ทำโดยการนำเกลือทะเลใส่ไว้ในไม้ไผ่อายุ 3 ปี แล้วเผาด้วยอุณหภูมิสูง สารอินทรีย์จากไม้ไผ่จะรวมตัวกับผลึกเกลือ เป็นการเพิ่มปริมาณของแร่ธาตุต่างๆ ในเกลือให้สูงกว่าเกลือทะเลปกติ เกลือชนิดนี้ใช้ปรุงอาหารได้
** ดื่มน้ำส้ม เป็นสำนวน หมายถึงหึงหวง
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 24 มิ.ย. 69