ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121 – หน้า 9 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121

พูดถึงตอนสุดท้ายหยางหรูซวี่ก็เกือบจะพูดแล้วว่าไม่ต้องพูดถึงว่าสาวใช้ข้างกายนางแต่ละคนล้วนเก่งกาจทัดเทียมเจียงซิ่วเหยาเลย แม้แต่ตัวนางเองก็มีความสามารถเหนือกว่าสตรีที่เอาแป้งน้ำมาใช้เหมือนผงแป้งทาตัวผู้นั้น

แต่เมื่อคำพูดมาถึงปาก หยางหรูซวี่ก็รู้สึกว่าดูเป็นการลดคุณค่าตนเองจนเกินไปแล้ว จึงได้กลืนคำพูดกลับลงไปอีก

ฮูหยินใหญ่ไม่ได้มีความรู้สึกไม่ยอมแพ้เหมือนบุตรสาว จึงส่ายหน้าพลางคิดว่า…เวลานี้เหยาจีได้รับความโปรดปรานถึงระดับใดกันแน่ รัชทายาทถึงได้มารับด้วยตนเองหลังจากจัดการงานเสร็จ

นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัชทายาทจงใจทำให้บุตรสาวของนางดู เพื่อให้บุตรสาวได้เข้าใจถึงสถานการณ์เบื้องต้นก่อนแต่งเข้าจวนไป ต่อให้ภายหน้าบุตรสาวของนางจะได้รับการแต่งตั้งเป็นชายาเอก แต่คนที่แต่งเข้าจวนก่อนหน้านั้นเป็นบุตรสาวอ๋องเจ้าแคว้น บุตรสาวที่เป็นชายาเอกคนนี้ยังต้องให้เกียรติคนที่แต่งเข้าจวนก่อนอยู่สามส่วน

หากเป็นความคิดของมารดาธรรมดาทั่วไป ถึงตายนางก็ไม่ยอมให้บุตรสาวแต่งเข้าจวนรัชทายาท แต่ทางออกขณะนี้ หากไม่แต่งเป็นชายาเอกให้กับรัชทายาท ก็ต้องเข้าวังไปเป็นสนมชายา

ชั่งน้ำหนักทั้งสองฝั่งแล้ว บุตรสาวย่อมเอนเอียงไปทางรัชทายาทที่หล่อเหลาและหนุ่มแน่นกว่าเป็นธรรมดา

เพียงแต่ยังมีความโลภโมโทสันเต็มท้องของเถียนอิ๋งผู้นั้น ไหนจะความลำเอียงรักแต่เจียงซิ่วเหยาผู้นั้นของรัชทายาทอีก…ในใจฮูหยินใหญ่ลอบถอนหายใจคราหนึ่ง เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยสูงศักดิ์นี้ มีการแต่งงานของบุตรสาวคนใดบ้างที่สามารถเป็นไปดังใจปรารถนาได้ ถึงอย่างไรก็ต้องเดินไปหนึ่งก้าวดูหนึ่งก้าวเท่านั้น

สกุลหยางปรารถนาในการแต่งงานครั้งนี้ ดังนั้นในฐานะที่นางเป็นสะใภ้คนโตของสกุลหยาง จึงไม่อาจประมาทได้แม้แต่น้อยนิด

 

หลังจากเฟิ่งหลีอู๋รับเจียงซิ่วรุ่นออกมาจากจวนสกุลหยางแล้วก็นิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง อยู่ๆ ก็พูดว่า “เดิมทีให้เจ้ามาก็คิดเพียงว่าสะดวกต่อการมารับเจ้า ไม่ได้มีความคิดจะตักเตือนอะไรเจ้าเลย”

ตอนที่จากมาเมื่อครู่นี้เจียงซิ่วรุ่นได้คว้าส้มสองลูกในถาดผลไม้ที่จวนสกุลหยางมาด้วย เวลานี้กำลังปอกส้มเตรียมจะให้เฟิ่งหลีอู๋กิน พอได้ยินนางก็เงยหน้ากล่าวอย่างประหลาดใจ “เหตุใดรัชทายาทถึงตรัสเช่นนี้ เดิมทีหม่อมฉันก็ไม่ได้คิดอันใดเช่นกันเพคะ”

เฟิ่งหลีอู๋รู้ว่าแม่นางน้อยคนนี้ความคิดจิตใจละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง เมื่อครู่เขาดูต้นสายปลายเหตุออกแล้ว นางจะสังเกตไม่ออกแม้แต่นิดเดียวได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้มักรู้สึกอยู่ตลอดว่านางมีความสามารถในการเป็นสุนัขที่อาศัยบารมีเจ้านายอย่างมาก จึงคอยวางท่ายโสโอหังเพราะอาศัยความรักใคร่โปรดปรานของเขา แต่เวลานี้เขากลับยิ่งรู้สึกมากขึ้นทุกทีว่านี่ก็คือคนเงียบขรึมที่เก็บความคับข้องใจไว้ในท้องโดยไม่เปิดเผยออกมาแม้เพียงน้อยนิด

ดังนั้นเขาถึงได้อธิบายอย่างเกินความจำเป็นอยู่เที่ยวหนึ่ง ด้วยกลัวว่าสาวใช้ข้างกายหยางหรูซวี่ทั้งสองคนนั้นจะทำให้นางเสียใจและแง่งอนอีก

แต่นางเหมือนไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยจริงๆ เช่นนั้นก็ดีที่สุด…

ในเวลานี้เองเจียงซิ่วรุ่นก็ปอกเปลือกส้มเสร็จ และส่งส้มเข้าปากเขา

เพราะว่าต้องการปกปิดผิวที่หลังมือซึ่งตากแดดจนดำคล้ำ เจียงซิ่วรุ่นจึงฉาบทาแป้งน้ำไปมากมาย ตอนที่ปอกส้ม แป้งบนมือนางย่อมติดอยู่บนเนื้อส้มไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

เฟิ่งหลีอู๋รังเกียจกลิ่นแป้งน้ำนี้ที่สุด

เวลานี้เห็นอยู่ว่าบนเนื้อส้มเปื้อนแป้งอยู่บ้าง แต่เมื่อมองดูสีหน้ากระตือรือร้นของเจียงซิ่วรุ่นแล้วเขาก็ตัดใจปฏิเสธไม่ลง จึงขมวดคิ้วดกหนาเล็กน้อย แล้วกลืนส้มลงไปในคำเดียวราวกับกลืนยาขมๆ ก็มิปาน

เจียงซิ่วรุ่นเหมือนกลัวว่าเฟิ่งหลีอู๋จะติดคอ จึงจงใจฉีกเนื้อส้มออกเป็นหลายๆ ชิ้นจนน้ำไหลหยดเลอะเทอะไปทั้งมือ แล้วก็ป้อนให้เขากินทีละนิดๆ เช่นนี้เอง

เฟิ่งหลีอู๋กินจนถึงตอนสุดท้ายก็กลั้นหายใจเอาดื้อๆ ไม่ทันเคี้ยวให้ละเอียดก็กลืนลงไปเลย มาคำหนึ่งก็กลืนคำหนึ่ง

เจียงซิ่วรุ่นลอบคิดในใจอย่างอารมณ์ดี…เสน่ห์บุรุษช่างยั่วยวนผู้คนนัก! ต่อให้รัชทายาททำหน้าตาบึ้งตึงและหลับตา ก็ยังคงหล่อเหลากดดันผู้คนถึงปานนั้น

กินส้มลูกใหญ่หมดไปหนึ่งลูกอย่างยากลำบาก เห็นอยู่ว่านางยังจะปอกเปลือกอีก เขาจึงรีบแย่งอีกลูกหนึ่งมาทันที แล้วปอกเปลือกให้นางกินบ้าง

เจียงซิ่วรุ่นเองก็เหนื่อยเต็มทีแล้ว นางจึงล้มตัวลงนอนในรถม้า คอยรับการปรนนิบัติที่ยากจะหาได้จากรัชทายาทอย่างสบายอกสบายใจเสียเลย

รอจนถึงเรือนตากอากาศแล้ว เฟิ่งหลีอู๋ที่ถูกรมด้วยกลิ่นแป้งน้ำมาตลอดทางก็ระบายลมหายใจยาวคราหนึ่ง และสั่งคนไปต้มน้ำให้เจียงซิ่วเหยาอาบน้ำ ล้างกลิ่นแป้งน้ำหนาๆ ทั้งตัวนั่นออกไป

เพราะว่าจะพักอยู่ที่เรือนตากอากาศแค่สองวัน แล้วเจียงซิ่วรุ่นต้องตรงจากที่นี่ไปเข้าร่วมประชุมท้องพระโรงตอนเช้าเลย ดังนั้นไป๋เฉี่ยนจึงนำหีบเสื้อผ้าบุรุษที่นางต้องใช้ในตอนนั้นติดมาที่เรือนตากอากาศด้วย

ฉวยโอกาสขณะที่เถาหวาออกไปรีดเสื้อตัวในของเจียงซิ่วรุ่น ไป๋เฉี่ยนก็ยื่นผ้าไหมเนื้อบางพับเป็นทบแถบหนึ่งให้เจียงซิ่วรุ่นที่กำลังแช่น้ำอุ่นอยู่ในถังอาบน้ำ

เจียงซิ่วรุ่นคลี่ผ้าไหมเนื้อละเอียดสีพื้นๆ ผืนนั้นออกเหนือไอน้ำที่ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ เพียงชั่วครู่บนผ้าไหมเนื้อละเอียดนั่นก็ปรากฏตัวอักษรเล็กละเอียดขึ้นมาหลายแถว

 

ทำตามคำสั่งจากท่านแล้ว เลือกซื้อสาวงามแล้วให้รออยู่ข้างลำธารขณะที่ท่านอ๋องออกตรวจราชการที่ชนบท ได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องและเข้าวังไปแล้ว ชายาเซินสูญเสียความโปรดปรานลงทีละน้อย เซินยงมีความผิดปรากฏขึ้นต่อหน้าท่านอ๋องตลอดเวลา รอวันปลดชายาเซินได้เลย…

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 82-83

บทที่ 82 ไป๋เฉี่ยนเห็นสวีอิงอวดกล้ามแขนของตนเองก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายออกจะเป็นเด็กน้อยไปสักหน่อย แล้วก็รู้ว่าเจ้านายของตนไม่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 150

บทที่ 150 ติงไป๋หยาไม่ลืมภาพเหตุการณ์ตอนเขาได้พบกับพระชายาติ้งอ๋องเป็นครั้งแรก ปีนั้นเป็นปีที่หกที่เขามาถึงฉางอัน เขาก็ไ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 115-116

บทที่ 115 เฟิ่งหลีอู๋เดิมคิดอยู่ว่าเจียงซิ่วรุ่นจะต้องกังวล หรืออาจจะร้องขอความเมตตาจากเขาอย่างโจรใจหวาดเป็นแน่ ใครจะคิด...

community.jamsai.com