นางรู้สึกว่าเช้าตรู่อย่างนี้สนทนากับคนบ้ามากพอแล้ว จึงลุกขึ้นคิดจะจากไป
แต่จีอู๋เจียงมองดูเหล่าองครักษ์ทั้งหลายที่ยืนอยู่ด้านล่างหอน้ำชาแล้วถามว่า “คุณชายน้อยยินดีถูกขังอยู่แค่เรือนเล็กในจวนรัชทายาท เป็นนกคีรีบูนน้อยในกรงทองจริงๆ อย่างนั้นหรือ หากไม่อยากเป็นนกน้อยแล้วคิดบินหนี…ท่านจะสามารถหนีไปที่ใดได้อีก”
วาจานี้กลับพูดเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจเจียงซิ่วรุ่นพอดี นางจึงกลับมานั่งลงใหม่อย่างช้าๆ มองประเมินจีอู๋เจียงแล้วพูดว่า “ดูท่าท่านได้ตรวจสอบเรื่องของข้าค่อนข้างมากทีเดียวนะ แต่ว่ากลับไปแคว้นปอแล้วอย่างไรเล่า แคว้นเล็กๆ อ่อนแอที่ถูกขนาบข้างให้อยู่ตรงกลางแคว้นหนึ่ง เพียงชั่วขณะก็จะถูกแคว้นที่เข้มแข็งทำลายจนสิ้นซาก ยังจะมีหนทางหลบรอดอันใดอีก”
จีอู๋เจียงประสานมือกล่าวว่า “คุณชายน้อย ก่อนหน้านี้ท่านได้เตือนสติผู้น้อยให้กังวลและสนใจกับแคว้นเหลียง ซึ่งเห็นได้ว่าท่านมีสายตายาวไกล ทว่าต่อให้เป็นแคว้นอ่อนแอแคว้นหนึ่ง ก็ย่อมมีวิธีอยู่รอดของตนเอง เพียงแต่ปออ๋องในขณะนี้ไม่ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ยิ่งไม่เข้าใจวิธีรักษาสมดุลอำนาจเอาไว้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะต้องมีอันตรายจากการถูกแคว้นเหลียงผนวกกลืนไปจริงๆ อย่างไรก็ตามขณะนี้แคว้นเหลียงกับต้าฉีกลายเป็นศัตรูกัน ไหนเลยจะคำนึงถึงการผนวกกลืนแคว้นอื่นๆ ได้อีก และสำหรับต้าฉี แคว้นปอทั้งอยู่ไกลเกินไป และผลประโยชน์ก็น้อยเกินไปแล้ว…”
พูดถึงตรงนี้เขาก็ประสานมือคำนับอีกครา สายตาที่มองเจียงซิ่วรุ่นเปี่ยมด้วยความแน่วแน่มั่นคง กล่าวเพียงว่า “ผู้น้อยเชื่อมั่นสายตาในการดูผู้คนของตนเอง เปรียบกับคุณชายใหญ่แล้ว ท่านถือเป็นคนที่เหมาะสมยิ่งกว่า!”
ในที่สุดเจียงซิ่วรุ่นก็กินอาหารเช้าหนึ่งมื้อกับจีอู๋เจียงเสร็จแล้วถึงได้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป
นางไม่ได้ถูกจีอู๋เจียงเกลี้ยกล่อมให้เกิดความทะเยอทะยานจะเป็นเจ้าแคว้นหญิงอะไรนั่นแต่อย่างใด เพียงแต่วาจาครานี้ของจีอู๋เจียงได้เปิดความคิดหนึ่งของนางขึ้นมาแล้ว
เวลานี้นางถูกกักขังอยู่ในนาม ‘เจียงซิ่วเหยา’ ไม่อาจแสดงความสามารถได้ ยิ่งหวั่นเกรงอำนาจล้นฟ้าของเฟิ่งหลีอู๋จึงเก็บงำประกายหลบซ่อนอยู่ภายใต้ร่างเขา
แต่หากเป็นเช่นที่จีอู๋เจียงกล่าว ใช้ชื่อของตัวประกันเล็กๆ แคว้นปอหวนคืนสู่แคว้นปอ นั่นมิใช่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมหรือ
แน่นอนว่าเวลานี้ที่บิดามีท่าทีเมตตาต่อนางเป็นเพราะนางประจบเอาใจรัชทายาทต้าฉีได้ จึงดูมีประโยชน์ขึ้นมาก็เท่านั้น หากกลับไปทั้งอย่างนี้ต้องไม่มีสีหน้าดีๆ ให้นางแน่
กระนั้นเดิมทีแคว้นปอก็มิใช่สถานที่ที่นางคิดให้เป็นที่พักพิงอยู่แล้ว ขอเพียงหนีรอดจากเมืองลั่วอันของต้าฉีไปได้ ที่ใดก็เป็นที่ลงหลักปักฐานได้ทั้งนั้นมิใช่หรือ สำหรับการไปร่วมชุมนุมหนังสือสระน้ำหมึกในครานี้ นางยิ่งต้องไปให้ได้
เจียงซิ่วรุ่นคิดถึงตรงนี้ ฝีเท้าก็ผ่อนคลายขึ้นทันที
หลังลงมาจากหอน้ำชานางก็กลับไปที่จวนรัชทายาท รอให้รัชทายาทกลับมาอย่างสงบ จะได้พูดถึงเรื่องไปเข้าร่วมการชุมนุมหนังสือสระน้ำหมึกกับเขา
หลังจากรัชทายาทประชุมราชสำนักกลับมาแล้ว คุณชายน้อยเจียงก็ติดตามเขาเข้าไปในห้องหนังสืออย่างกระตือรือร้น ช่วยถอดหมวกให้เขา และพูดถึงเรื่องการเข้าร่วมชุมนุมหนังสือสระน้ำหมึกอย่างระมัดระวังสุดชีวิต
เฟิ่งหลีอู๋ฟังแล้ว ไม่แม้แต่จะคิดก็หน้าบึ้งตึงพูดว่า “เวลานี้ข้างานยุ่ง ไม่อาจปลีกตัวไปพร้อมกับเจ้าได้ ได้ยินว่างานชุมนุมหนังสือปีนี้ไม่ได้จัดที่ต้าฉี แต่เป็นที่แคว้นเว่ย แล้วยังต้องไปนานถึงเพียงนั้นอีก…ไม่ได้ กระทั่งคิดก็ไม่ต้องคิดเลย!”