แต่เมื่อเห็นท่าทางยืนกรานแน่วแน่เช่นนี้ของไป๋เฉี่ยน ในใจเขากลับรู้สึกโมโห จึงออกแรงสุดกำลังแย่งเอวกางเกงของตนเองกลับมา จากนั้นก็กระโดดลงจากรถม้าและพูดว่า “ดึงกางเกงของเจ้านายเสียแน่นไม่ยอมปล่อย ถูกใจเจ้านายเข้าแล้วหรือไร สักวันหนึ่งจะขอซื้อสัญญาขายตัวของเจ้ากับคุณชายน้อยเจียง แล้วจะเอานางหญิงอัปลักษณ์อย่างเจ้าเข้าจวนของเจ้านายอย่างข้า แล้วเล่นงานเจ้าให้สุดกำลัง!”
แต่ไป๋เฉี่ยนมั่นใจว่าเจ้านายของตนเองไม่ได้สนใจเงินทองของเขาเลย จึงเพียงเบะปาก กวาดตามองโต้วซืออู่ขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะบริเวณเป้ากางเกงของเขาที่นางมองประเมินเป็นพิเศษ จากนั้นตวัดตามองกล่าวว่า “หากตนเองไม่มีอะไรทำก็จงกลับจวนไปใช้ตาชั่งมาลองชั่งดูสักหน่อยเถอะ ทั้งน้ำทั้งเนื้อลูกกลมๆ นั่นรวมกันจะถึงครึ่งตำลึงหรือไม่เล่า ถูกใจอย่างนั้นรึ เหอะ รังเกียจว่าท่านมีแรงไม่พอเสียมากกว่า”
พูดถึงการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ปากของไป๋เฉี่ยนพออ้าก็เล่นงานคนครึ่งเมืองลั่วอันได้อย่างไร้คู่ต่อกร! โต้วซืออู่ไหนเลยจะเถียงชนะนางได้
พวกบรรดาอดีตสหายร่วมห้องติงที่มาส่งพอได้ยินเข้าก็ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น มีบางคนที่ไม่กลัวเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตถึงกับตะโกนว่า “สหายโต้ว แก้สายรัดกางเกงแล้วส่ายเอวให้นัยน์ตาสุนัขของนางทาสตัวเหม็นนั่นตาบอดไปเลย ถึงกับมีตาหามีแววไม่!”
เจียงซิ่วรุ่นเดิมทีอยู่ที่ด้านข้างสนทนาปราศรัยกับพี่น้องที่มาส่งอยู่ คิดไม่ถึงว่าทางนี้ถึงกับครึกครื้นเช่นนี้ จึงเดินเข้ามาหาทันที และลดเสียงเอ่ยตำหนิไป๋เฉี่ยนอยู่หลายประโยค จากนั้นดึงนางไปที่ด้านข้าง
โต้วซืออู่หน้าบึ้งตึงอยู่บ้าง เอาแต่ถลึงตาอย่างดุร้ายใส่สาวใช้อัปลักษณ์ผู้นั้นไปหลายครา โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกว่าสาวใช้นางนั้นถึงแม้บนใบหน้าจะมีรอยปาน แต่ก็มีดวงตากลมโต จมูกโด่ง ดูนานๆ ถึงกับยังสามารถดูออกได้ว่างามมีเสน่ห์อยู่บ้าง
เวลานี้พอเห็นก็รู้สึกว่าคนอัปลักษณ์มักก่อเรื่องน่าเกลียด ชื่นชมไม่ไหวจริงๆ คอยดูว่าการฝึกวิชายุทธ์ครั้งต่อไปเขาจะกดนางลง แล้วจัดการนางหนักๆ สักยกหนึ่งได้หรือไม่!
หลังจากเสียงดังโวยวายคราวนี้ผ่านพ้นไป คนของสำนักศึกษาก็มากันครบแล้ว อาจารย์มู่เฟิงหลังจากตรวจรายชื่อก็แจกแผ่นป้ายผ่านทาง และให้รถม้าของทุกคนจัดขบวนเป็นแถว จากนั้นก็ผ่านประตูเมืองไปตามลำดับออกเดินทาง
เฟิ่งหลีอู๋ติดขัดที่ศักดิ์ฐานะจึงไม่ได้มาส่งคนทั้งกลุ่มออกเดินทาง เพียงขึ้นไปบนแท่นสูงใกล้ที่ว่าการ สายตาเพ่งมองดูเงาร่างงดงามบนรถม้านั้นออกจากเมืองไป
เขาโปรดปรานนางเกินไปแล้ว ถึงกับใจอ่อนตอบตกลงไป ถึงแม้คนที่จัดวางไว้ข้างตัวนางล้วนเป็นองครักษ์มากความสามารถที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขา แต่เขามักรู้สึกอยู่ตลอดว่าหลังคนออกจากประตูเมืองไปในใจของเขาก็ว่างเปล่าไปหมด
รถม้าจากไปไกลจนไม่เห็นร่องรอยแล้ว เขาถึงเก็บสายตากลับมาและลงจากแท่นสูง
รอจนจัดการงานเบื้องหน้าจนหมดเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะไปสมทบกับเซ่าฟู่ของตนเอง…
เวลานี้เขากระหายที่จะกวาดล้างอุปสรรคอันหนักหน่วงที่ขัดขวางเขาอยู่ให้หมดสิ้นยิ่งกว่าเวลาใดๆ ที่ผ่านมาในอดีต
รอจนถึงเวลาที่เขาปกครองใต้หล้านี้ นางต้องการสิ่งใดเขาก็จะส่งไปถึงตรงหน้านางได้อย่างง่ายดายมิใช่หรือ ไยต้องเป็นเพราะความไม่สงบสุขในจวนเลยต้องรักษาระยะห่างจากเขาด้วยเล่า
ทุกคนที่ออกเดินทางมาในคราวนี้ล้วนเป็นเด็กหนุ่ม และล้วนเป็นคนที่ยังไม่เคยออกจากบ้านไปไกลมาก่อนด้วย เวลายังมีอยู่อีกเหลือเฟือ อาจารย์มู่เฟิงอยากให้การออกเดินทางในคราวนี้มั่นคงปลอดภัยที่สุด ดังนั้นเส้นทางที่ใช้ล้วนเป็นถนนหลวง หากพื้นที่ใดดูไปแล้วไม่ปลอดภัย ยินดีอ้อมทางไกลหน่อยก็ไม่เป็นไร
ต่างก็เป็นคนหนุ่ม หลังออกจากเมืองลั่วอันก็คึกคักกันขึ้นมา พูดคุยหัวเราะกันตลอดทาง คนมากมายยังหยิบของกินนานาชนิดที่แต่ละบ้านเตรียมไว้ให้ออกมา แล้วก็เดินไปพลางกินไปพลาง ท่าทางดูมีความสุขอย่างมาก
เจียงซิ่วรุ่นก่อนออกจากจวนได้นำหนังสือซานไห่จิงชุดหนึ่งที่นำมาจากห้องหนังสือของเฟิ่งหลีอู๋ติดตัวมาอ่านด้วย เรื่องภูตผีเทพเจ้านี้อ่านแล้วก็ค่อนข้างสนุกมากเช่นกัน
วันนี้มาถึงเหยี่ยนโจวที่อยู่ติดต่อระหว่างแคว้นเว่ยกับต้าฉีก็ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังมาเป็นระลอกๆ จากถนนหลวงที่ห่างไกล
เจียงซิ่วรุ่นยื่นหน้าออกมามอง ทันใดนั้นหัวคิ้วก็ขมวดมุ่น ผู้ที่มานั้นนางรู้จักอย่างแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรก็เห็นมาถึงสองชาติภพแล้ว
ฉินจ้าวผู้นี้ย้ายมาที่เขตเหยี่ยนโจวตั้งแต่เมื่อใดกัน
ไม่พบกันหลายเดือน รูปร่างหน้าตาของฉินจ้าวถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก บางทีอาจเป็นเพราะลาดตระเวนอยู่ตามแนวชายแดนอยู่ตลอด ผิวของอีกฝ่ายจึงตากแดดจนดำคล้ำ คนก็ซูบผอมลงไปไม่น้อย ระหว่างคิ้วตามีริ้วรอยย่นเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว ดูไปแล้วกลับไม่เหลือลักษณะของลูกหลานตระกูลศักดิ์ที่ใช้ชีวิตอย่างลำพองใจ วางตัวยโสโอหังและใช้ชีวิตราบรื่นไปทุกอย่างเหมือนเมื่อชาติก่อน
เขากระตุ้นม้ามาตรงหน้ารถม้าของอาจารย์มู่เฟิง ประสานคำนับท่านอาจารย์ผู้เฒ่าที่กำลังเคี้ยวอ้อยอยู่พอดี “ข้าคือเจ้าเมืองเหยี่ยนโจว ได้ยินข่าวว่าท่านอาจารย์จะผ่านมา จึงมาต้อนรับโดยเฉพาะ”
อาจารย์มู่เฟิงถ่มกากอ้อยออกจากปาก ลงจากรถม้ากล่าวทักทายว่า “พวกเราเป็นแค่คนสามัญ จะรบกวนท่านเจ้าเมืองระดมคนมาเช่นนี้ได้อย่างไร”
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 27 พ.ค. 69