ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

6 of 6หน้าถัดไป

แต่เมื่อเห็นท่าทางยืนกรานแน่วแน่เช่นนี้ของไป๋เฉี่ยน ในใจเขากลับรู้สึกโมโห จึงออกแรงสุดกำลังแย่งเอวกางเกงของตนเองกลับมา จากนั้นก็กระโดดลงจากรถม้าและพูดว่า “ดึงกางเกงของเจ้านายเสียแน่นไม่ยอมปล่อย ถูกใจเจ้านายเข้าแล้วหรือไร สักวันหนึ่งจะขอซื้อสัญญาขายตัวของเจ้ากับคุณชายน้อยเจียง แล้วจะเอานางหญิงอัปลักษณ์อย่างเจ้าเข้าจวนของเจ้านายอย่างข้า แล้วเล่นงานเจ้าให้สุดกำลัง!”

แต่ไป๋เฉี่ยนมั่นใจว่าเจ้านายของตนเองไม่ได้สนใจเงินทองของเขาเลย จึงเพียงเบะปาก กวาดตามองโต้วซืออู่ขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะบริเวณเป้ากางเกงของเขาที่นางมองประเมินเป็นพิเศษ จากนั้นตวัดตามองกล่าวว่า “หากตนเองไม่มีอะไรทำก็จงกลับจวนไปใช้ตาชั่งมาลองชั่งดูสักหน่อยเถอะ ทั้งน้ำทั้งเนื้อลูกกลมๆ นั่นรวมกันจะถึงครึ่งตำลึงหรือไม่เล่า ถูกใจอย่างนั้นรึ เหอะ รังเกียจว่าท่านมีแรงไม่พอเสียมากกว่า”

พูดถึงการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ปากของไป๋เฉี่ยนพออ้าก็เล่นงานคนครึ่งเมืองลั่วอันได้อย่างไร้คู่ต่อกร! โต้วซืออู่ไหนเลยจะเถียงชนะนางได้

พวกบรรดาอดีตสหายร่วมห้องติงที่มาส่งพอได้ยินเข้าก็ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น มีบางคนที่ไม่กลัวเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตถึงกับตะโกนว่า “สหายโต้ว แก้สายรัดกางเกงแล้วส่ายเอวให้นัยน์ตาสุนัขของนางทาสตัวเหม็นนั่นตาบอดไปเลย ถึงกับมีตาหามีแววไม่!”

เจียงซิ่วรุ่นเดิมทีอยู่ที่ด้านข้างสนทนาปราศรัยกับพี่น้องที่มาส่งอยู่ คิดไม่ถึงว่าทางนี้ถึงกับครึกครื้นเช่นนี้ จึงเดินเข้ามาหาทันที และลดเสียงเอ่ยตำหนิไป๋เฉี่ยนอยู่หลายประโยค จากนั้นดึงนางไปที่ด้านข้าง

โต้วซืออู่หน้าบึ้งตึงอยู่บ้าง เอาแต่ถลึงตาอย่างดุร้ายใส่สาวใช้อัปลักษณ์ผู้นั้นไปหลายครา โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกว่าสาวใช้นางนั้นถึงแม้บนใบหน้าจะมีรอยปาน แต่ก็มีดวงตากลมโต จมูกโด่ง ดูนานๆ ถึงกับยังสามารถดูออกได้ว่างามมีเสน่ห์อยู่บ้าง

เวลานี้พอเห็นก็รู้สึกว่าคนอัปลักษณ์มักก่อเรื่องน่าเกลียด ชื่นชมไม่ไหวจริงๆ คอยดูว่าการฝึกวิชายุทธ์ครั้งต่อไปเขาจะกดนางลง แล้วจัดการนางหนักๆ สักยกหนึ่งได้หรือไม่!

หลังจากเสียงดังโวยวายคราวนี้ผ่านพ้นไป คนของสำนักศึกษาก็มากันครบแล้ว อาจารย์มู่เฟิงหลังจากตรวจรายชื่อก็แจกแผ่นป้ายผ่านทาง และให้รถม้าของทุกคนจัดขบวนเป็นแถว จากนั้นก็ผ่านประตูเมืองไปตามลำดับออกเดินทาง

 

เฟิ่งหลีอู๋ติดขัดที่ศักดิ์ฐานะจึงไม่ได้มาส่งคนทั้งกลุ่มออกเดินทาง เพียงขึ้นไปบนแท่นสูงใกล้ที่ว่าการ สายตาเพ่งมองดูเงาร่างงดงามบนรถม้านั้นออกจากเมืองไป

เขาโปรดปรานนางเกินไปแล้ว ถึงกับใจอ่อนตอบตกลงไป ถึงแม้คนที่จัดวางไว้ข้างตัวนางล้วนเป็นองครักษ์มากความสามารถที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขา แต่เขามักรู้สึกอยู่ตลอดว่าหลังคนออกจากประตูเมืองไปในใจของเขาก็ว่างเปล่าไปหมด

รถม้าจากไปไกลจนไม่เห็นร่องรอยแล้ว เขาถึงเก็บสายตากลับมาและลงจากแท่นสูง

รอจนจัดการงานเบื้องหน้าจนหมดเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะไปสมทบกับเซ่าฟู่ของตนเอง…

เวลานี้เขากระหายที่จะกวาดล้างอุปสรรคอันหนักหน่วงที่ขัดขวางเขาอยู่ให้หมดสิ้นยิ่งกว่าเวลาใดๆ ที่ผ่านมาในอดีต

รอจนถึงเวลาที่เขาปกครองใต้หล้านี้ นางต้องการสิ่งใดเขาก็จะส่งไปถึงตรงหน้านางได้อย่างง่ายดายมิใช่หรือ ไยต้องเป็นเพราะความไม่สงบสุขในจวนเลยต้องรักษาระยะห่างจากเขาด้วยเล่า

 

ทุกคนที่ออกเดินทางมาในคราวนี้ล้วนเป็นเด็กหนุ่ม และล้วนเป็นคนที่ยังไม่เคยออกจากบ้านไปไกลมาก่อนด้วย เวลายังมีอยู่อีกเหลือเฟือ อาจารย์มู่เฟิงอยากให้การออกเดินทางในคราวนี้มั่นคงปลอดภัยที่สุด ดังนั้นเส้นทางที่ใช้ล้วนเป็นถนนหลวง หากพื้นที่ใดดูไปแล้วไม่ปลอดภัย ยินดีอ้อมทางไกลหน่อยก็ไม่เป็นไร

ต่างก็เป็นคนหนุ่ม หลังออกจากเมืองลั่วอันก็คึกคักกันขึ้นมา พูดคุยหัวเราะกันตลอดทาง คนมากมายยังหยิบของกินนานาชนิดที่แต่ละบ้านเตรียมไว้ให้ออกมา แล้วก็เดินไปพลางกินไปพลาง ท่าทางดูมีความสุขอย่างมาก

เจียงซิ่วรุ่นก่อนออกจากจวนได้นำหนังสือซานไห่จิงชุดหนึ่งที่นำมาจากห้องหนังสือของเฟิ่งหลีอู๋ติดตัวมาอ่านด้วย เรื่องภูตผีเทพเจ้านี้อ่านแล้วก็ค่อนข้างสนุกมากเช่นกัน

วันนี้มาถึงเหยี่ยนโจวที่อยู่ติดต่อระหว่างแคว้นเว่ยกับต้าฉีก็ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังมาเป็นระลอกๆ จากถนนหลวงที่ห่างไกล

เจียงซิ่วรุ่นยื่นหน้าออกมามอง ทันใดนั้นหัวคิ้วก็ขมวดมุ่น ผู้ที่มานั้นนางรู้จักอย่างแน่นอน ไม่ว่าอย่างไรก็เห็นมาถึงสองชาติภพแล้ว

ฉินจ้าวผู้นี้ย้ายมาที่เขตเหยี่ยนโจวตั้งแต่เมื่อใดกัน

ไม่พบกันหลายเดือน รูปร่างหน้าตาของฉินจ้าวถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมาก บางทีอาจเป็นเพราะลาดตระเวนอยู่ตามแนวชายแดนอยู่ตลอด ผิวของอีกฝ่ายจึงตากแดดจนดำคล้ำ คนก็ซูบผอมลงไปไม่น้อย ระหว่างคิ้วตามีริ้วรอยย่นเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว ดูไปแล้วกลับไม่เหลือลักษณะของลูกหลานตระกูลศักดิ์ที่ใช้ชีวิตอย่างลำพองใจ วางตัวยโสโอหังและใช้ชีวิตราบรื่นไปทุกอย่างเหมือนเมื่อชาติก่อน

เขากระตุ้นม้ามาตรงหน้ารถม้าของอาจารย์มู่เฟิง ประสานคำนับท่านอาจารย์ผู้เฒ่าที่กำลังเคี้ยวอ้อยอยู่พอดี “ข้าคือเจ้าเมืองเหยี่ยนโจว ได้ยินข่าวว่าท่านอาจารย์จะผ่านมา จึงมาต้อนรับโดยเฉพาะ”

อาจารย์มู่เฟิงถ่มกากอ้อยออกจากปาก ลงจากรถม้ากล่าวทักทายว่า “พวกเราเป็นแค่คนสามัญ จะรบกวนท่านเจ้าเมืองระดมคนมาเช่นนี้ได้อย่างไร”

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 27 .. 69

6 of 6หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นห...

community.jamsai.com