ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 63-64 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 63-64

ทุกคนเข้าใกล้หมู่บ้านอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยุดม้าแล้วลงมา จูงม้ากระจายตัวกันออกไป มีสามถึงห้ากลุ่มเดินเข้าไปในหมู่บ้าน อีกครึ่งหนึ่งอ้อมไปหาทางเข้าทางอื่น ประหนึ่งไม่ได้ร่วมทางกันมาแต่อย่างใด ทางใครทางมัน

ภายในหมู่บ้านมีโรงเตี๊ยมอยู่แห่งหนึ่ง ทั้งเก่าและซอมซ่อ ดินเหนียวของกำแพงตรงประตูเห็นร่องรอยกร่อนที่เกิดจากลมปะทะแล้วด้วยซ้ำ แต่ยังคงนับว่ากว้างขวาง อีกทั้งไม่มีแขกเหรื่อคนอื่น

เฟิงซุ่นอินจูงม้าเข้าพัก ทว่านางไม่ได้รีบร้อนไปเข้าห้อง เพียงยืนอยู่บริเวณหนึ่งของเรือนหน้า โดยดึงหมวกคลุมกันลมปกปิดใบหน้าเอาไว้อย่างเรียบร้อย

บรรดาทหารคุ้มกันที่แยกย้ายเข้าหมู่บ้านต่างทยอยมารวมตัวกันที่นี่แล้ว โดยไล่ลูกจ้างกับบ่าวรับใช้ในโรงเตี๊ยมออกไป ก่อนแยกกันยืนกระจายตัวตามตำแหน่งต่างๆ ของเรือนหน้าจนครบรอบ

พวกเขาได้ยินเสียงกีบเท้าไล่ตามมาคล้ายมีคล้ายไม่มีเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามาในลานโรงเตี๊ยมแห่งนี้

เฟิงซุ่นอินยกมือขึ้นเล็กน้อย บรรดาทหารคุ้มกันกรูกันออกไปโดยไร้สุ้มเสียง โอบล้อมกลุ่มคนที่มาพร้อมเตรียมชักดาบ

ผู้ที่ขี่อยู่บนม้าเร็วที่พุ่งเข้ามารีบเอ่ยทันที “ท่านพี่ เป็นข้าเอง!”

บรรดาทหารคุ้มกันรีบร้อนหยุดฝีเท้า เก็บดาบในมือกลับไป

เฟิงซุ่นอินเปิดหมวกออกถึงได้มองเห็นชัดว่าเป็นเฟิงอู๋จี๋ นางก้าวปราดขึ้นหน้ากดเสียงถาม “เจ้ามาได้อย่างไร”

เฟิงอู๋จี๋ลงจากม้า จัดเสื้อคลุมกันลมบนตัวเล็กน้อยก่อนหันมองรอบๆ การเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้รวดเร็วมาก หากไม่ใช่ว่าเขาตอบสนองฉับไวก็คงถูกลากลงจากหลังม้ามาอย่างไร้สุ้มเสียงแล้ว เขาเอ่ยเสียงเบา “วันนั้นได้ยินท่านพูดเช่นนั้นข้าก็รู้ว่าท่านจะออกมาเอง แล้วจะไม่ให้ตามมาได้อย่างไร”

เฟิงซุ่นอินกวาดตามองซ้ายขวา รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะให้พูดคุยกัน นางหันตัวกลับด้วยสีหน้าเย็นชา “เจ้าตามข้ามา”

เฟิงอู๋จี๋รีบยื่นสายบังเหียนให้กับทหารคุ้มกันก่อนตามนางไป

ทั้งสองคนเดินตามกันเข้าไปยังเรือนหลัง ข้างในนั้นมีพวกลูกจ้างกับบ่าวรับใช้ที่ถูกไล่มาก่อนหน้ากำลังยุ่งง่วนอยู่ ถึงขั้นไม่ทันสังเกตว่ามีความเคลื่อนไหวที่เรือนหน้าด้วยซ้ำ

หลังจากเข้าไปในห้องพัก เฟิงซุ่นอินถึงหันตัวกลับมาเอ่ยเสียงเบา “แผลเจ้ายังไม่หายดี เวลานี้ตามออกมาได้อย่างไร”

เฟิงอู๋จี๋ก้าวเข้าใกล้เฟิงซุ่นอินหนึ่งก้าวพร้อมกับขยับหัวไหล่ให้นางดูเป็นพิเศษ “ท่านพี่สบายใจได้ ก่อนหน้านี้ข้าแค่เสียเลือดมากเกินไปถึงได้นอนอยู่เช่นนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรแล้วจริงๆ” เพราะกลัวนางพูดอะไรอีก เขารีบเอ่ยเสียงเบาต่อทันที “ข้าทำงานที่ท่านมอบหมายให้เสร็จแล้ว เมื่อสองวันก่อนจัดเตรียมม้าเร็วพิเศษส่งรายงานสถานการณ์แนวป้องกันไปยังฉางอันเรียบร้อยถึงได้ออกมาตามหาท่าน ยังดีที่ท่านไม่ได้รีบเร่งเดินทางเกินไป ถึงแม้ข้าจะสืบร่องรอยสู้ท่านไม่ได้ แต่ยังคงพบร่องรอยที่ท่านทิ้งเอาไว้แล้วก็ไล่ตามมาทัน”

หากเฟิงซุ่นอินรู้แต่แรกคงเดินทางเร็วขึ้นกว่านี้ นางเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิม “ข้าทิ้งร่องรอยไว้เพราะตั้งใจสืบค้นตำแหน่งของเขาให้แน่ชัดก่อนค่อยส่งข่าวบอกเจ้า ให้เจ้านำกำลังทหารตามร่องรอยมาจับตัวเขาได้ทันท่วงที แต่ไม่ใช่ให้เจ้าตามมาตั้งแต่ตอนนี้”

เฟิงอู๋จี๋เอ่ย “ข้ารู้ว่าแผนการเช่นนี้เหมาะสม แต่เช่นนั้นความเสี่ยงก็จะตกอยู่ที่ท่านพี่ทั้งหมด ข้าจำเป็นต้องออกมาเวลานี้ เพราะข้ารู้ว่าแค่รอโอกาสอย่างเดียวยังไม่พอ”

เฟิงซุ่นอินนิ่งเงียบ สีหน้าอ่อนโยนขึ้น เพราะที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง

ส่งข่าวแนวป้องกันชายแดนให้ทางฉางอันเพื่อคว้าโอกาสมายังไม่พอ ในตอนนั้นบิดานางถูกทัดทาน เรื่องราวทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มชู่มู่คุน มีเพียงการจับตัวเฮ่อเส่อไชว่ให้ได้ถึงจะทำให้เรื่องเก่าถูกปลดผนึก สถานการณ์ถึงจะคลี่คลายได้โดยสมบูรณ์จริงๆ

เมื่อหกปีก่อนก็ควรจับตัวคนผู้นี้แล้ว เป็นเพราะสกุลเฟิงตกอับลง นางรอมานานหกปีเต็มๆ รอมาจนเขาทำร้ายเฟิงอู๋จี๋อีกคน กระทั่งว่าป่าวประกาศจะสังหารนาง รอจนเจอโอกาสในวันนี้ ต่อให้ต้องทุบหม้อข้าวจมเรือ* ก็ไม่อาจปล่อยให้พลาดไป

“เจ้ามาที่นี่ท่านแม่ทราบหรือไม่” นางถามขึ้นอย่างกะทันหัน

แววตาเฟิงอู๋จี๋กระอักกระอ่วน น้ำเสียงกลับหนักแน่น “ท่านแม่ทราบแล้วอย่างไร ข้าเองก็เป็นคนสกุลเฟิงเช่นกันนะ”

เสียงของเฟิงซุ่นอินเปลี่ยนเป็นอับจนปัญญา “เช่นนั้นเจ้าพาทหารมาด้วย?”

เฟิงอู๋จี๋ผงกศีรษะ “เหตุเกิดกะทันหัน คนที่ข้าโยกย้ายมาได้มีไม่มาก ต่างหยุดรั้งรออยู่ที่แนวหลัง สามารถส่งข่าวเรียกตัวมาได้ตลอดเวลา หากต้องการโยกย้ายกองทัพใหญ่จะต้องขอคำสั่งจากผู้ตรวจการฉินโจวขอรับ”

เฟิงซุ่นอินยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าแค่ต้องรับปากข้าว่าห้ามปกป้องข้าจนได้รับอันตรายอีกเด็ดขาด แล้วข้าจะยอมให้เจ้าอยู่ที่นี่ต่อ”

เฟิงอู๋จี๋อ้าปากหมายโต้แย้ง แต่เห็นแววตาหนักแน่นของพี่สาวแล้วสุดท้ายจึงได้แต่รับปาก “ทราบแล้วขอรับ ครั้งนี้ข้าจะดูแลตนเองให้ดีแน่นอน”

เฟิงซุ่นอินถึงไม่ได้พูดอะไรอีก นางหันตัวเดินออกไปข้างนอก “เจ้ารอฟังข่าวจากข้าอยู่ที่นี่”

เฟิงอู๋จี๋รีบไล่ตามไปถึงประตู “ท่านจะไปที่ใด”

“สอดแนมต่อ” เฟิงซุ่นอินตอบก็เดินจากไปไกลแล้ว

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6

บทที่ 5 ต่อจากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมวงดื่มชาพูดคุยสัพเพเหระกัน ฉู่หลินหลางฟังจากคำสนทนาโต้ตอบกันก็เข้าใจอะไรได้รางๆ แล้ว บิ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 16-18

บทที่ 16 เฟิงซุ่นอินแทบจะซบอยู่กับแผงอกเขาทั้งตัว เอวด้านหลังถูกคันธนูยาวของเขากักไว้แน่นทำให้ไม่อาจขยับตัว กระทั่งลมหาย...

community.jamsai.com