มีบุรุษฉกรรจ์สองสามคนไม่ยอมจำนน ยังคิดจะไปฉุดฉู่หลินหลาง แต่กลับยิ่งเป็นการยืนยันคำกล่าวหาว่าเป็นโจรลักพาตัว
คราวนี้ไม่จำเป็นต้องให้ฉู่หลินหลางต่อสู้ขัดขืนด้วยซ้ำ ชาวบ้านแถวนั้นที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นกลุ่มหนึ่งก็คอยคุ้มกันนางพลางทุบตี ‘โจรลักพาตัว’ พวกนี้อย่างไม่ปรานี
ในสภาพการณ์เช่นนี้พวกเขาไม่อาจฝ่าฝูงชนเข้าไปฉุดฉู่หลินหลางขึ้นรถม้าได้สักนิด
ก่อนหน้านี้บุรุษฉกรรจ์พวกนั้นล้วนเป็นโจรร้ายที่ออกปล้นสะดมชาวบ้าน เคยต้องทนอัปยศอดสูเช่นนี้เมื่อใดกัน สุดท้ายหัวหน้าบุรุษฉกรรจ์ก็ชักดาบสั้นที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมาตั้งท่าจะทำร้ายคน ทำให้ชาวบ้านพวกนั้นตกใจจนพากันถอยหลัง
ตอนนี้เองก็มีคนตะโกนเสียงดัง “เจ้าหน้าที่มาแล้ว!”
เดิมทีบุรุษฉกรรจ์อีกสองสามคนคิดจะชักดาบออกมาเช่นกัน แต่พอเห็นสถานการณ์ไม่เข้าทีก็ปล่อยตัวซย่าเหอ ผลักคนที่รุมล้อมทุบตีพวกตนออกไปสุดแรงแล้ววิ่งขึ้นรถม้าหนีไปอย่างไม่เห็นร่องรอย
ฉู่หลินหลางเห็นคนพวกนั้นขึ้นรถม้าซึ่งจอดอยู่ตรงปากตรอกแล้วจากไปในที่สุดก็ระบายลมหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อครู่ตอนส่งเสียงดังดึงดูดความสนใจของชาวบ้านละแวกนั้นให้ออกมา นางก็สั่งให้หวังอู่บ่าวรับใช้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของถนนที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขาจึงมาถึงอย่างรวดเร็วด้วยเหตุนี้
แม้ว่าพวกบุรุษฉกรรจ์จะหนีไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ฉู่หลินหลางยังต้องไปที่ว่าการให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งนางก็อยากไปที่นั่นใจจะขาดอยู่แล้ว!
นางไม่รู้ว่าพวกโจรเดนตายหนีไปไกลแล้วหรือยัง ถ้าพวกตนกลับจวนไปกันเองเพียงลำพังจะยังพบกับพวกนั้นอีกหรือไม่
เมื่อไปถึงที่ว่าการฉู่หลินหลางสารภาพความจริงว่านางเป็นคนวางเพลิงเพื่อเอาตัวรอดจากโจรร้าย และยินยอมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าของเรือนหลังนั้น อีกทั้งมอบสินน้ำใจให้พวกชาวบ้านละแวกนั้นเป็นการตอบแทนที่ช่วยให้นางพ้นภัย
ขณะที่นางกำลังพูดคุยตกลงเรื่องเงินชดใช้ค่าเสียหายกับเจ้าทุกข์ ซือถูเซิ่งก็มาถึงด้วยท่าทางรีบร้อน ที่แท้หลังหวังอู่แจ้งทางการแล้วยังลอบกลับไปที่จวนรองเสนาบดีรายงานให้ผู้เป็นนายรับทราบ
ฉู่หลินหลางเดินตามหลังซือถูเซิ่ง เอ่ยถามเสียงเบาว่า “ใต้เท้า ท่านมาได้อย่างไร ข้าตกลงเรื่องเงินชดใช้ค่าเสียหายกับเจ้าทุกข์เรียบร้อยแล้ว พอจ่ายเงินก็กลับไปได้ ท่านมาที่นี่เพื่ออันใด จะหาเรื่องให้ชื่อเสียงเสียหายไปไย”
นางยังไม่บอกเจ้าหน้าที่ทางการว่าตนมีฐานะเป็นผู้ดูแลของจวนรองเสนาบดีกรมอากร เพราะกลัวซือถูเซิ่งจะถูกครหาว่าชุบเลี้ยงบ่าวไพร่ชั่วร้ายไว้ในจวนจนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขาไปด้วย
แต่พอเขามาแล้วความพยายามของนางจะไม่สูญเปล่าหรือ
ซือถูเซิ่งไม่กล่าววาจาใด เพียงชายตามองนางคราหนึ่งก่อนเอาชุดคลุมของตนเองคลุมตัวนาง ตอนนี้ล่วงเข้ายามเย็นแล้ว อากาศจึงหนาวเย็นอยู่บ้าง
เขาพานางไปขึ้นรถม้าแล้วพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ “เจ้าเป็นคนของข้า ข้าไม่มาแล้วใครจะมา คนพวกนั้นทำร้ายเจ้าหรือไม่ ตอนอยู่ข้างในได้รับความคับข้องหมองใจหรือไม่”
พูดจบเขาก็ฉวยจังหวะนี้มองสำรวจฉู่หลินหลางว่านางได้รับบาดเจ็บหรือไม่
ฉู่หลินหลางนิ่งงันไปเล็กน้อย ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่แม้แต่มารดาแท้ๆ ยังไม่เคยพูดจาปกป้องนางเช่นนี้ พอบิดาทุบตีนาง มารดาก็แค่บอกให้นางอดทนไว้และหลบหลีกไปเสีย
หลังแต่งเข้าสกุลโจวนางก็คุ้นชินกับเอาตัวขวางอยู่ตรงหน้าสามี ช่วยกันลมกันฝนให้เขา
แล้วปัญหาที่นางก่อขึ้นโดยไร้สาเหตุเช่นในวันนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นอดีตสามีโจวสุยอันมารับตัวนางจากที่ว่าการเกรงว่าคงไม่ถามเหตุผลก็ดุด่านางแล้วว่าทำตัวเหลวไหล หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขาโดยใช่เหตุ
ส่วนซือถูเซิ่งไม่ถามเหตุผลที่นางก่อเรื่อง ทั้งยังห่วงใยว่านางถูกรังแกหรือถูกทำร้ายหรือไม่…