กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น
ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 115-116
บทที่ 116
เมื่อเจียงซิ่วรุ่นหันกลับไปดู ก็เห็นรัชทายาทเดินมาอยู่ที่ด้านหลังพวกเขาแล้ว
ต้องรู้ว่าขณะที่ประชุมในท้องพระโรง รัชทายาทกับองค์ชายรองล้วนยืนอยู่ตำแหน่งหน้าสุดของแถวพวกขุนนาง ส่วนเจียงซิ่วรุ่นที่เป็นหัวหน้ากองของที่ทำการซึ่งไร้การเหลียวแลนี้ย่อมต้องยืนอยู่ที่หน้าประตูตำหนักเท่านั้น
นางเชื่อมั่นว่าฝีเท้าของตนเองไม่ช้าเลย กลับถูกทั้งสองคนไล่ตามทันมาติดๆ กันเช่นนี้ นางรู้สึกรำคาญใจจริงๆ แล้ว
เฟิ่งหลีอู๋สีหน้าเย็นเยียบเหมือนเกล็ดน้ำแข็ง เฟิ่งอู่กลับเผยรอยยิ้มอย่างอบอุ่นกล่าวว่า “ก็แค่คุยกันไปเรื่อย รัชทายาทอยากจะให้ข้ากับหัวหน้ากองเจียงทบทวนให้ฟังทีละประโยคอีกเที่ยวหนึ่งหรือไม่”
ด้วยเหตุนี้เฟิ่งอู่จึงแยกจากรัชทายาทและเจียงซิ่วรุ่นไปเช่นนี้เอง
ขันทีที่รู้การควรมิควรนานแล้วได้จัดโต๊ะเล็กโดดเดี่ยวตัวหนึ่งให้กับรัชทายาทเป็นที่เรียบร้อย บนโต๊ะยังวางโจ๊กกับไข่พะโล้ไว้
เจียงซิ่วรุ่นนั่งลงเป็นเพื่อนรัชทายาท ดื่มโจ๊กเนื้อนุ่มเนียนลื่นทีละคำๆ ทั้งสองคนไม่ว่าใครก็ไม่พูดไม่จา
อันที่จริงเฟิ่งหลีอู๋ก็กำลังรอให้เจียงซิ่วรุ่นอธิบายอยู่ ใครจะรู้ว่านางกลับไม่เอ่ยปากเลย
ดังนั้นอาหารเช้านี้จึงกินกันอย่างอึดอัดหาใดเปรียบ
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จเจียงซิ่วรุ่นก็กล่าวลารัชทายาท ขอตัวกลับไปที่ทำการเพื่อทำงานต่อแล้ว
ใกล้จะสิ้นสุดฤดูใบไม้ร่วงแล้ว หากก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวพื้นดินมีน้ำแข็งจับตัวแข็ง แล้วคลองส่งน้ำยังสร้างไม่เสร็จล่ะก็ จะต้องส่งผลต่อฤดูกาลเพาะปลูกปีหน้าอย่างแน่นอน
ภาษีหนอนไหมที่กองการเกษตรส่งเสริมในตอนนั้นยับยั้งความคิดชาวบ้านที่คิดละทิ้งไร่นาเพื่อปลูกหม่อนเลี้ยงหนอนไหมไปได้มาก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้คนทำการบุกเบิกที่นารกร้างอย่างกระตือรือร้นได้ด้วย แต่หากคลองส่งน้ำไม่อาจสานต่อ เขตชนบทที่ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนสองฤดูกาลนี้ก็จะไม่มีทางเพิ่มผลผลิตเพื่อชดเชยช่องว่างของธัญพืชที่ขาดแคลนเหล่านั้นได้
ดังนั้นงานที่อยู่ในมือของเจียงซิ่วรุ่นจึงมีมากจริงๆ โดยเฉพาะการสร้างคลองส่งน้ำครั้งนี้ ราชสำนักจัดสรรงบประมาณให้ไม่มากนัก เงินที่จำเป็นต่อการก่อสร้างส่วนใหญ่ยังต้องให้กองการเกษตรหาทางแก้ไขเอาเอง
เมื่อกล่าวอย่างละเอียด การสร้างคลองส่งน้ำถือเป็นโครงการที่ใหญ่โตมาก สำหรับบริเวณติดแม่น้ำเพียงขุดคลองส่งน้ำไม่กี่หลี่เท่านั้นก็พอแล้ว แต่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำจริงๆ เหล่านั้น รายละเอียดปลีกย่อยอย่างสถานที่เก็บกักน้ำ วิธีการผันน้ำและระบายน้ำ รวมไปถึงการจัดการต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำเหล่านี้ล้วนไม่สามารถขาดไปได้ทั้งสิ้น
การสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อกักน้ำเอาไว้ถือเป็นงานใหญ่ที่สิ้นเปลืองเงินทองมาก และในแบบร่างที่รัชทายาทได้มาจากช่างเจิ้งนั้นก็ชักนำแม่น้ำสำคัญทั้งสี่สายของต้าฉีเข้าไปในแบบร่างด้วย ทันทีที่ขุดสำเร็จก็จะสามารถทำให้แม่น้ำทั้งสี่สายสับเปลี่ยนเวียนกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่ต้องปริวิตกว่าจะเกิดภัยแล้งหรือน้ำท่วมอีกต่อไป
แต่ภาพแบบร่างที่วาดไว้อย่างดิบดีนั้น เมื่อถึงยามที่ต้องลงมือทำจริงๆ ก็จำเป็นต้องใช้แรงกายในการประสานงานอย่างมาก ทั้งต้องตัดสินใจอย่างชาญฉลาดที่สุด
เจียงซิ่วรุ่นจำเป็นต้องรวบรวมสติในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้จัดการรายละเอียดงานที่จุกจิกเหล่านี้ ทำให้สมองของนางอัดแน่นไปหมด ผลก็คือไม่มีเวลาไปกังวลกับเรื่องเหลวไหลพรรค์นั้นอีก
เที่ยงวันตอนที่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยของที่ทำการรวมตัวกันกินอาหารกลางวันในที่แห่งหนึ่ง คนของกรมปกครองหลายคนแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียน ซุบซิบนินทาเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้ในเมืองลั่วอัน และมีคนขอให้เจียงซิ่วรุ่นยืนยันว่าเรื่องที่เร็วๆ นี้จวนรัชทายาทจะรับบุตรสาวสายตรงสกุลหยางนามหรูซวี่แต่งเข้าจวนเป็นความจริงหรือไม่
เจียงซิ่วรุ่นอมยิ้มพูดว่าเรื่องส่วนตัวของรัชทายาทไหนเลยจะมาพูดกับนางได้ หากมีเรื่องดีๆ มาเยือน ย่อมต้องส่งเทียบเชิญ ถึงตอนนั้นทุกคนค่อยเตรียมห่อของขวัญกับซองแดงก็ยังไม่สาย
นางแสดงออกเหมือนเช่นปกติ กลับทำให้ทุกคนลืมเรื่องที่เจียงเหอรุ่นเป็นพี่ชายของภรรยารัชทายาทไป ชั่วขณะนั้นทุกคนพากันทอดถอนใจ พูดตามตรงว่าหยางหรูซวี่คนนั้นโดดเด่นทั้งรูปโฉมและความสามารถ มาจากสกุลหยางที่ยิ่งใหญ่พอๆ กับสกุลเมิ่ง กล่าวได้ว่าเป็นสตรีผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งในเมืองลั่วอัน หาใช่ผู้ที่เหล่าตัวประกันหญิงที่ถูกถวายจากต่างแดนสามารถเปรียบเทียบได้ สตรีผู้นี้เป็นชายาเอกของรัชทายาทถึงจะสามารถทำให้คนทั่วใต้หล้าเคารพนับถือได้ และอื่นๆ อีกมากมาย
เจียงซิ่วรุ่นก็พยักหน้าร่วมไปกับทุกคนด้วยเหมือนกัน
หยางหรูซวี่ผู้นี้นางก็ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว เป็นคนที่มีรูปโฉมและความประพฤติดีพร้อมจริงๆ ซ้ำยังเป็นสตรีที่สามารถให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตรได้
เพียงแต่ในชาติก่อนสตรีที่เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถผู้นี้ไม่ได้แต่งให้กับรัชทายาทแต่อย่างใด กลับกลายเป็นสนมที่ฮ่องเต้รับเอาไว้ เข้าวังไปไม่ทันไรก็ตั้งครรภ์มังกร เพียงคราเดียวก็เพิ่มฝาแฝดหงส์มังกรคู่หนึ่งให้กับตำหนักใน มีเกียรติรุ่งโรจน์ไร้ขอบเขต ได้รับการแต่งตั้งเป็นหวงกุ้ยเฟย*
ก่อนที่เจียงซิ่วรุ่นจะถูกถ่วงน้ำ ในวังก็เตรียมพิธีการแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่แล้ว หวงกุ้ยเฟยกำลังจะเปลี่ยนเป็นฮองเฮาตำหนักหลัก
แต่ชาตินี้ก็ไม่รู้ว่าเกิดความผิดพลาดตรงที่ใดเหมือนกัน ถึงกับลือกันว่ารัชทายาทจะรับหรูซวี่แห่งสกุลหยางเป็นภรรยา นี่มิใช่จากตำแหน่งมารดาเลี้ยงกลายเป็นภรรยาแล้วหรือ
แต่เมื่อคิดให้ละเอียดก็ไม่แปลกเช่นกัน ชาติก่อนรัชทายาทเวลานี้เจ็บป่วยจนร่างกายอ่อนแอ อำนาจสูงสุดในมือถูกกีดกันออกไป ถึงแม้เขากับฮ่องเต้จะแข่งขันกันไม่หยุดหย่อน แต่กลับเห็นได้ชัดว่ารัชทายาทตกเป็นเบี้ยล่างแล้ว สตรีชั้นเลิศของสกุลหยางย่อมต้องถูกส่งเข้าวังหลวงเป็นธรรมดา
แต่ในชาตินี้รัชทายาทแข็งแกร่งมั่นคง กดทับอำนาจฮ่องเต้ไปทุกๆ ด้าน หยางหรูซวี่สตรีที่ระมัดระวังทุกย่างก้าวเช่นนั้นย่อมต้องเลือกรัชทายาทที่ยังหนุ่มแน่นและหล่อเหลา และไม่แต่งให้กับผู้เฒ่าในวังแน่นอน
หากเป็นเมื่อหลายวันก่อนอยู่ๆ ได้ยินข่าวเช่นนี้ ในใจเจียงซิ่วรุ่นอาจจะไม่สบายใจเป็นอย่างมากก็ได้
แต่เมื่อถูกฟาดศีรษะด้วยไม้ให้ได้สติตื่น นางก็สามารถเตือนตนเองให้จิตใจสงบนิ่งไม่หวั่นไหวได้แล้ว
ถึงอย่างไรบรรดาตัวประกันหญิงจากต่างแคว้นก็ไม่สามารถนำออกมาอวดต่อหน้าผู้คนได้
เวลานี้ฝ่ายของรัชทายาทกับฮ่องเต้ต่างต่อสู้กันอย่างตึงเครียด เมื่อเทียบกับแว่นแคว้นต่างๆ เหล่านั้นที่อยู่ห่างออกไปแล้ว การดึงตระกูลใหญ่มีอำนาจในราชวงศ์นี้มาเป็นพรรคพวกถึงจะเป็นภารกิจเร่งด่วน
หากนางเป็นรัชทายาทก็จะแต่งสตรีสกุลหยางเป็นภรรยาโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว และสนับสนุนให้เป็นชายาเอก เพื่อทำให้อำนาจของพรรคพวกตนเองมั่นคง
Comments



