ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118

เดินทางอย่างยากลำบากไปตลอดเช่นนี้อีกสามวัน เจียงซิ่วรุ่นก็มาถึงฮั่นหยางในที่สุด

ที่นี่คือบริเวณที่แม่น้ำสองสายของต้าฉีไหลมาบรรจบกัน และก็เป็นจุดสำคัญของแผนการก่อสร้างคลองส่งน้ำทั้งหมดด้วย

ขุนนางในท้องที่ได้ยินว่าจะมีคนจากกองการเกษตรมา จึงส่งนายอำเภอมาต้อนรับ

ไม่แปลกที่ขุนนางในเขตพื้นที่จะเกียจคร้าน เพราะงานของกองการเกษตรเที่ยวนี้มีผลประโยชน์น้อยเกินไปจริงๆ ไม่มีกำไรมากพอให้รีดเค้นออกมาได้ ในยามส่วนตัวพวกเขาก็พร่ำบ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกว่าหากใต้เท้าเมิ่งของกองโยธาทางน้ำเป็นผู้มาทำเอง จะต้องเป็นประโยชน์ต่อใต้หล้า ทุกคนก็จะร่ำรวยไปด้วยกัน

เจียงซิ่วรุ่นก็เดาถึงความคิดในใจของเหล่าขุนนางในท้องที่ได้แล้วเช่นกัน แต่นางกลับไม่สนใจ เพียงลากนายอำเภอผู้นั้นเดินไปจนทั่วทั้งตัวอำเภอเพื่อทำความเข้าใจกับเส้นทางน้ำและพืชผลทางการเกษตร

ที่อยู่ข้างๆ เจียงซิ่วรุ่นคือช่างฝีมือหลายคน พวกเขาเอาดินเหนียวที่ผสมกับกาวจำนวนมากมายแปะลงบนกระบะไม้ขนาดใหญ่โดยไม่หยุดพัก

นายอำเภอคนนั้นปกติก็ไม่ค่อยได้เดินมากนัก การเดินตระเวนไปทั่วเช่นนี้ เหงื่อไหลหยดย้อยไปหมดทั้งตัวราวกับตักน้ำราดใส่ตัว ได้แต่ถามด้วยสีหน้าราวกับร่ำไห้ในงานศพของบุพการีว่า “ใต้เท้าเจียงขอรับ นี่ท่านดูพอแล้วหรือไม่”

เจียงซิ่วรุ่นมองดูแบบจำลองบนกระบะทรายที่ช่างฝีมือปั้นขึ้นมาอย่างพินิจพิจารณาพลางยิ้มน้อยๆ พร้อมกับปลอบใจนายอำเภอไปเรื่อยว่า “รออีกเดี๋ยว กำลังจะเสร็จแล้ว เดี๋ยวใต้เท้าค่อยพาพวกเราไปสำรวจดูทางภูเขาด้านนั้นอีกที…”

รอจนหลังจากสำรวจลักษณะภูมิประเทศแล้ว เจียงซิ่วรุ่นถึงพูดยิ้มๆ ว่า “ตัวข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่คุ้นเคยกับผู้คนและเรื่องราว เอาอย่างนี้ดีกว่า รบกวนใต้เท้าเรียกเจ้าหน้าที่สูงๆ ของเขตอำเภอนี้มา คืนนี้ข้าจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงใต้เท้าทุกท่านที่โรงเตี๊ยมเอง”

อ่างเก็บน้ำที่จะสร้างขึ้นมีขนาดใหญ่ยักษ์ หากไม่สามารถทำให้เหล่าขุนนางในท้องที่เชื่อฟังแต่โดยดีได้ จะต้องเหมือนปีนต้นไม้หาปลา* อย่างไม่ต้องสงสัย สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมากมายแล้วยังไม่ได้รับคำชมอีก

สำหรับวิธีควบคุมและตักเตือนคนพวกนี้ก็ง่ายดายมาก แค่ตบหน้าสักฉาดหนึ่งแล้วค่อยให้พุทราเชื่อมสักลูก

นี่คือวิธีจัดการกับม้าพยศที่เจียงซิ่วรุ่นเรียนรู้มาจากเฟิ่งหลีอู๋

เป็นเช่น ‘น้ำใสเกินไปกลับไร้ปลา’ หากยืนกรานจะให้พวกเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนัก แต่ไม่เห็นหนทางร่ำรวยล่ะก็ พวกเขาจะให้ความร่วมมืออย่างยินยอมพร้อมใจได้อย่างไร

ดังนั้นหลังจากตักเตือนบรรดาขุนนางและเจ้าหน้าที่ซึ่งก่อนหน้านี้สมคบคิดกับเมิ่งเซี่ยนเบียดบังเงินทองอย่างย่ามใจแล้วก็รับปากว่าภายในสามปีหลังจากสร้างคลองส่งน้ำ ราชสำนักจะลดภาษีการเกษตรในพื้นที่ลงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือนี้บรรดาขุนนางและเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นสามารถจัดการได้เอง

ชั่วพริบตาบรรยากาศงานเลี้ยงก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที หลังจากชนจอกสุราดื่มอย่างเป็นกันเองอยู่พักหนึ่ง เจียงซิ่วรุ่นก็แจกจ่ายภาพร่างการก่อสร้างให้เจ้าหน้าที่ทุกคน

เพียงแต่มีเจ้าหน้าที่ซึ่งปากไวใจตรงชี้ออกมาโดยตรงบนโต๊ะ “ใต้เท้าเจียง การสร้างนี้ของท่านไม่ว่าจะราบรื่นหรือไม่ แท้ที่จริงก็เกี่ยวข้องกับคนร่วมงานอย่างพวกเราที่นั่งอยู่เหล่านี้ไม่มากนัก ฮั่นหยางเป็นแหล่งกำเนิดของชาวบ้านที่ปลิ้นปล้อนเจ้าเล่ห์มาตั้งแต่โบราณ ก่อนหน้านี้กองโยธาทางน้ำก็เคยทำแผนการก่อสร้างที่นี่ ผลก็คือเนื่องจากระยะเวลาในการก่อสร้างกระชั้นชิดเกินไป เลยไปตำหนิชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์แรงงานมา ผลลัพธ์ถึงกับบีบคั้นชาวบ้านให้กลายเป็นโจรภูเขากลุ่มหนึ่ง พวกนั้นออกสังหารเจ้าหน้าที่ปล้นชิงข้าวของ ก่อความวุ่นวายจนย่ำแย่!”

ฟังถึงตรงนี้ก็มีคนพูดต่ออีกว่า “นั่นสิ ระยะเวลาการก่อสร้างของท่านกระชั้นชิดเพียงนี้ ซ้ำยังไม่มีเงินค่าแรงปลอบขวัญพวกชาวบ้านอีก…เป็นไปได้ยากมากจริงๆ!”

เจียงซิ่วรุ่นยิ้มน้อยๆ และกล่าวว่า “ขอบคุณการเตือนสติของใต้เท้าทุกท่าน เรื่องเหล่านี้ปล่อยให้ข้าคิดหาวิธีการก็แล้วกัน”

แต่จะระดมแรงงานชาวบ้านกันอย่างไรนั้น เรื่องนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่

เจียงซิ่วรุ่นแต่งเพลงพื้นบ้านที่ร้องง่ายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และจ้างพวกชาวบ้านให้ท่องจำจนร้องได้คล่องปาก เอาไปตีเกราะเคาะฆ้องร้องไปตามเขตชนบทในทุกๆ พื้นที่

เนื้อหาของเพลงก็คือหลังจากก่อสร้างอ่างเพื่อกักเก็บน้ำ พลังน้ำไหลเอื่อยสามารถเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง การทดน้ำเข้าที่นาโดยรอบก็ยิ่งสะดวกง่ายดาย ไม่ต้องกลัวน้ำท่วมมาจู่โจมฝังกลบผลผลิตอีกต่อไป

ความสามารถด้านวรรณศิลป์ของเจียงซิ่วรุ่นไม่ดี แต่ใช้ภาษาพูดทั่วไปแต่งออกมาเช่นนี้ยิ่งเข้าถึงคนได้มากกว่า ใจความก็กล่าวถึงความทุกข์ทรมานของชาวบ้านในท้องที่ทุกอย่าง

ต้องรู้ว่าน้ำท่วมภัยแล้งในท้องถิ่นเกิดขึ้นอยู่เสมอ ทรัพย์สมบัติและบ้านเรือนของชาวบ้านจำนวนมากแท้ที่จริงถูกน้ำกวาดทำลายจนพินาศ อีกทั้งกระแสน้ำในแม่น้ำใหญ่ถึงเพียงนั้นก็ไหลเชี่ยวกรากจับปลาได้ไม่ง่ายเลย ปลาที่จับมาล้วนถูกส่งไปขายที่ตลาดเพื่อแลกน้ำมันกับแป้ง เด็กน้อยมากมายเติบโตจนอายุห้าหกขวบแล้วก็ยังไม่รู้จักรสชาติของปลาเลย

เพลงพื้นบ้านเหล่านี้เมื่อฟังนานเข้า จิตใจของชาวบ้านก็เริ่มหวั่นไหวคล้อยตาม รู้สึกว่าหากดีถึงเพียงนั้นจริงๆ เหน็ดเหนื่อยออกแรงไม่กี่เดือนเพื่อแสวงหาความสุขให้ลูกหลานของตนเอง ก็ถือว่าไม่เสียทีที่ลำบากแล้ว

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 82-83

บทที่ 82 ไป๋เฉี่ยนเห็นสวีอิงอวดกล้ามแขนของตนเองก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายออกจะเป็นเด็กน้อยไปสักหน่อย แล้วก็รู้ว่าเจ้านายของตนไม่...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 150

บทที่ 150 ติงไป๋หยาไม่ลืมภาพเหตุการณ์ตอนเขาได้พบกับพระชายาติ้งอ๋องเป็นครั้งแรก ปีนั้นเป็นปีที่หกที่เขามาถึงฉางอัน เขาก็ไ...

community.jamsai.com