นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะเป็นเวลาเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผลที่วุ่นวายพอดี คนที่ว่างงานในแต่ละเขตอำเภอก็มีมากขึ้นเช่นกัน
เพียงแต่การเรียกเกณฑ์แรงงานครั้งนี้มีแค่แจกอาหาร ไม่มีการให้เงินค่าแรงงาน ตอนแรกเริ่มจึงมีเพียงคนแก่กับเด็กมากันไม่กี่คนเท่านั้น
เจียงซิ่วรุ่นกล่าวได้ว่าไม่มีท่าทางของขุนนางเลยแม้แต่น้อย เพียงเปลี่ยนมาสวมเสื้อตัวสั้นกางเกงขากว้างที่มีแต่ชาวบ้านในท้องถิ่นสวมใส่กัน และนำพวกชาวบ้านที่สมัครมาทำงานปีนขึ้นปีนลงสำรวจดูภูมิประเทศบริเวณที่จะก่อสร้างด้วยตนเอง
นอกจากนี้ยังนำพวกเขาไปดูกระบะทรายสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดย่อส่วน และให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านข้างใช้อ่างไม้รองน้ำเอาไว้ แล้วเทลงบนกระบะทรายทันทีเพื่อจำลองสถานการณ์ฝนตกอย่างรุนแรง
กระบะทรายมีทั้งหมดสองกระบะ กระบะหนึ่งเป็นอำเภอฮั่นหยางในขณะนี้ อีกกระบะหนึ่งเป็นอำเภอฮั่นหยางหลังจากก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแล้ว
ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านเหล่านี้จึงมองเห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าภายใต้สภาพการณ์ที่ไม่มีอ่างเก็บน้ำ เมื่อระดับน้ำใน ‘แม่น้ำใหญ่’ นอกตัวอำเภอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนน้ำในแม่น้ำไหลเชี่ยวทะลักทลายเข้ามาในพื้นที่ ทั้งอำเภอก็จะกลายเป็นทะเลอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ ตุ๊กตาม้า วัว แพะ แม้แต่ตุ๊กตาทารกน้อยนุ่งผ้าอ้อมทำมาจากดินเผาที่ถูกวางไว้ในกระบะทรายล้วนลอยละล่องขึ้นๆ ลงๆ อยู่บนผิวน้ำ…
ผู้เฒ่าบางคนในหมู่ชาวบ้านเหล่านี้เคยผ่านประสบการณ์น้ำท่วมมาก่อน เมื่อเห็นสภาพนี้น่าจะกระตุ้นเรื่องเศร้าใจบางอย่างขึ้น ถึงกับสะอึกสะอื้นร่ำไห้ขึ้นมา
เจียงซิ่วรุ่นยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับผู้เฒ่าด้วยตนเอง แล้วก็โบกมือให้บ่าวรับใช้เทน้ำลงกระบะทรายอีกกระบะหนึ่ง…อ่างน้ำขนาดใหญ่ที่ดูแล้วไม่สะดุดตา รวมไปถึงคลองส่งน้ำทุกๆ สายที่นำไปสู่แม่น้ำใหญ่ ถึงกับทำให้น้ำในกระบะทรายนั้นสลายไปหมดอย่างรวดเร็ว ไร่นาของทุกคนทั้งสองฝั่งแม่น้ำล้วนมั่นคงปลอดภัย!
ความประณีตของการสร้างกระบะทรายนั้น ลักษณะภูมิประเทศและภูเขาล้วนเหมือนของฮั่นหยางทุกประการ ทำให้ผู้คนมองเห็นการทำงานของแผนการเก็บกักน้ำที่เปลี่ยนหายนะให้กลายเป็นไร้ภัยได้ตรงๆ
นอกจากจะดูเสียจนผู้คนเกิดจิตใจสั่นสะท้านด้วยความกลัวแล้ว ยังก่อให้เกิดความฮึกเหิมประหนึ่งวีรบุรุษขึ้นมาด้วย หากสามารถใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของตนอย่างสุดกำลัง ก็จะสามารถแก้ไขภัยใหญ่นี้ได้ ไยจะไม่ยินดีทำเล่า
ตามความเห็นของชาวบ้าน กระบะทรายนี้ยังมีประโยชน์ยิ่งกว่าการตีฆ้องร้องเพลงพื้นบ้านนั้นเสียอีก!
วันต่อมาบุรุษที่มาเกณฑ์แรงงานอยู่ๆ ก็เพิ่มมากขึ้นทันที เจียงซิ่วรุ่นยังคงนำพวกเขาไปดูการแสดงสาธิตที่กระบะทรายก่อนด้วยตนเองเหมือนเดิม
วันถัดมาไม่เพียงแค่บุรุษ ยังเริ่มมีเงาร่างของสตรีที่แต่งงานแล้ว รวมทั้งเด็กสาวอีกด้วย
หลังจากชาวบ้านเข้าใจประโยชน์ของการเก็บกักน้ำแล้วก็ต่างพากันอาสามาออกแรง
ยิ่งกว่านั้นขุนนางใหญ่ที่มาในคราวนี้ก็ไม่เหมือนกับพวกขุนนางที่มาก่อนหน้าเลย แม้ดูแล้วใต้เท้าเจียงอายุจะน้อยหน้าตาอ่อนเยาว์ แต่ก็ออกหน้าทำทุกเรื่องด้วยตนเอง ยิ่งเข้ากับชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ผู้เฒ่าหรือผู้เยาว์ได้ทั้งหมด
บางครั้งใต้เท้าเจียงถึงขนาดควักเงินส่วนตัวซื้อหมูตัวใหญ่หลายตัว หลังจากเชือดปล่อยเลือดออกแล้ว ก็เคี่ยวรวมกันในหม้อใบใหญ่ ก็ไม่รู้ว่าใส่เครื่องปรุงอันใดไปบ้าง รัศมีหลายหลี่ล้วนสูดได้กลิ่นหอมฉุย
ตอนที่กินอาหาร ทุกคนสามารถแบ่งเนื้อได้คนละหนึ่งชิ้นใหญ่ กลิ่นหอมเช่นนั้นยังหอมกว่าหมูที่กินได้เฉพาะเวลาปีใหม่เสียอีก
เพื่อให้ได้กินเนื้อนี้คำหนึ่ง ถึงต้องทำงานหนักเป็นเดือนโดยไม่ได้ค่าจ้าง พวกชาวบ้านก็ยินยอมพร้อมใจแล้ว
เดิมทีคาดว่าการก่อสร้างต้องใช้เวลาถึงสองเดือนกว่า แต่ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนก็เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
วันนี้เจียงซิ่วรุ่นยืนอยู่บนเขื่อนนำผู้คนทำการวัดขนาดพื้นที่อยู่ จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาทางด้านหลัง ชายหนุ่มที่เดินนำหน้าผู้นั้นเห็นเจียงซิ่วรุ่นตากแดดจนตัวดำ ใบหน้าผอมซูบ ก็มองดูอย่างตะลึงลานอยู่ครึ่งค่อนวัน จากนั้นขมวดคิ้วเหมือนกับโมโหอะไรบางอย่างขึ้นมาจริงๆ กล่าวว่า “อำเภอที่ยากจนข้นแค้นเพียงนี้ เขาก็เต็มใจปล่อยให้เจ้ามาทนความลำบากถึงที่นี่? นี่เขาเสียสติไปแล้วหรือ ยังจะใช้งานเจ้าอย่างเต็มที่อีก!”
เจียงซิ่วรุ่นรู้สึกว่าผู้มาใหม่พูดไม่ดี นางจึงขมวดคิ้วพูด วางตัวอย่างเหินห่าง “เหตุใดองค์ชายรองทรงแบ่งเวลาว่างมาที่นี่ได้”
เวลานี้เฟิ่งอู่เดินมาถึงตรงหน้าเจียงซิ่วรุ่นแล้ว และมองประเมินการแต่งกายที่ดูกลมกลืนกับชาวบ้านของนาง จากนั้นมองสำรวจสภาพการขุดอย่างวุ่นวายโดยรอบอีกครั้งหนึ่ง ในใจรู้สึกซับซ้อนอย่างที่สุด!
ตลอดทางที่มานี้เฟิ่งอู่ได้ยินเรื่องความสำเร็จของใต้เท้าเจียงผู้นี้มาไม่น้อยเลย
แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถเอาภาพของใต้เท้าเจียงผู้สงบนิ่งมั่นคงที่มีทั้งความสามารถและประสบการณ์ซ้อนทับเข้ากับภาพในความทรงจำของเขา…หญิงสาวงามหยาดเยิ้มผู้หยิ่งยโสที่สั่งให้เขาเทน้ำชาให้ผู้นั้น