ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118

นับแต่นางมาที่ฮั่นหยาง มีเพียงตอนแรกเริ่มที่ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากเฟิ่งหลีอู๋ สั่งให้นางกลับไปให้เร็วหน่อย อย่าได้เถลไถล

ในจดหมายเขียนด้วยคำที่ใช้พูดกันในยามส่วนตัว แต่จดหมายตอนที่เจียงซิ่วรุ่นตอบกลับไปกลับเป็นการรายงานต่อเจ้านาย มีภาษาที่เคร่งครัดเป็นทางการ บรรยายทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองทำหลังจากมาถึงฮั่นหยาง รวมทั้งแจ้งเรื่องที่นางกำลังจะทำอย่างละเอียด ทำให้ไม่สามารถจากไปได้จริงๆ

หลังจากส่งจดหมายทางการฉบับนี้ไปแล้ว ทางด้านรัชทายาทก็ไม่มีจดหมายเร่งให้นางกลับเมืองหลวงอีกเลย

เจียงซิ่วรุ่นรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องปกติอย่างมาก เฟิ่งหลีอู๋ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือว่าชาตินี้ล้วนเป็นบุรุษที่ให้ความสำคัญกับการแสวงหาอำนาจทั้งสิ้น

หากนางรายงานต่อรัชทายาทให้กระจ่างแจ้งว่าตนเองไม่ได้หลบอยู่ที่ฮั่นหยางเพื่อระบายโทสะแต่อย่างใด และถ้าสร้างผลงานได้สำเร็จ รัชทายาทก็จะให้ความสำคัญกับงานบ้านเมืองได้อย่างสบายใจ ไม่มีทางรบกวนเรื่องงานชลประทานที่ฮั่นหยางเป็นแน่

ขบวนเรือที่ลำเลียงข้าวของมาส่งหลังจากนั้นก็ยืนยันได้ว่ารัชทายาทพอใจกับผลงานด้านการปกครองของตนเอง ดังนั้นเจียงซิ่วรุ่นจึงปักหลักอยู่ที่นี่ได้ในที่สุด นางใคร่ครวญว่าจะอยู่นานขึ้นอีกประมาณหนึ่งหรือสองเดือน นอกจากนี้งานสร้างคลองส่งน้ำไม่ได้มีที่ฮั่นหยางแค่ที่เดียว หลังจากนี้นางยังสามารถอยู่ในพื้นที่อื่นเพื่อควบคุมงานสร้างเช่นนี้ต่อไปได้อีก

ความรักระหว่างชายหญิงจะล้ำค่าก็เพราะได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เวลานี้นางกับรัชทายาทอยู่ด้วยกันน้อย อยู่ห่างไกลกันสุดหล้าฟ้าเขียวมากกว่า ความรักย่อมจืดจางดุจควันเมฆ

อันที่จริงขอเพียงรัชทายาทไม่เอาแต่ยึดติดอยู่กับนาง การอยู่ร่วมกันแบบเจ้านายกับขุนนางเช่นนี้ ถึงจะเป็นวิถีของผู้ปกครองอย่างแท้จริง และก่อนนางจากเมืองหลวงมา ได้ถือโอกาสเลือกซื้อข้าวของที่จะใช้ระหว่างทางเพื่อฝากข้อความไว้ที่ร้านของจีอู๋เจียงแล้ว

ในพื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำที่ฮั่นหยางเนื่องจากมีคนงานไปๆ มาๆ เป็นจำนวนมาก นางจึงได้ลอบติดต่อกับคนที่จีอู๋เจียงส่งมาอยู่หลายครั้ง…เมื่อคิดถึงตรงนี้ใจของเจียงซิ่วรุ่นก็มั่นคงขึ้นบ้างแล้ว

คนเราเมื่อมีทิศทางที่คิดมุ่งไปแล้วก็จะไม่สับสนงุนงงอีก ถึงแม้ทุกวันจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพียงใด แต่เจียงซิ่วรุ่นกลับรู้สึกว่าชีวิตของนางมีความสุขและเป็นอิสระกว่าตอนที่ต่อกรกับเหล่าชายารองและอนุภรรยาผู้สูงศักดิ์เต็มเรือนในเมืองลั่วอันเป็นอย่างมาก

นางคำนวณบัญชีอยู่ครู่หนึ่ง กลิ่นหอมของขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผักก็ลอยมาจากในกระโจมเล็กหลังนั้นแล้ว

อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างที่ฮั่นหยางนานวันเข้า เจียงซิ่วรุ่นก็ยิ่งไม่เหมือนบุตรสาวอ๋องมากขึ้นทุกที เวลาที่กินข้าวถึงกับค่อยๆ เลียนแบบธรรมเนียมของชาวบ้านในท้องถิ่นไปทีละนิดๆ นางเลือกเนินเขาที่มีพื้นที่สูงหน่อย แล้วนั่งขัดสมาธิบนก้อนหินใหญ่ที่ราบเรียบก้อนหนึ่ง ในมือถือชามไม้กับตะเกียบไม้ไผ่ คีบขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผักแล้วก็กินลงไป

ขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผักรสชาติอร่อยมาก เพียงแต่ใส่เกลือมากไปหน่อย เจียงซิ่วรุ่นกินไปครึ่งหนึ่งก็รู้สึกกระหายน้ำอยู่บ้าง จึงตะโกนเรียก “เฉี่ยนเอ๋อร์ น้ำเต้าหู้ที่ต้มเมื่อเช้ายังมีอยู่หรือไม่ ยกมาให้ข้าหน่อย”

ในเวลานี้เองพลันมีคนส่งถุงหนังใส่น้ำขนาดกะทัดรัดที่ทำจากหนังวัวฝังอัญมณีมาให้นางใบหนึ่ง

นี่เป็นของหายากที่ไม่พบเห็นได้ในเขตพื้นที่ฮั่นหยาง!

เจียงซิ่วรุ่นเงยหน้าและหันกลับไปมองอย่างประหลาดใจ ก่อนเห็นเฟิ่งหลีอู๋ที่สวมเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำยืนอยู่ด้านหลังนาง

เขาก็เป็นแบบเดียวกับเฟิ่งอู่ก่อนหน้านี้ คือมองดูผิวหนังที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มของนาง แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เห็นนางตะลึงลานไม่รับถุงหนังใส่น้ำสักที เฟิ่งหลีอู๋ก็เปิดจุกให้เสียเลย แล้วยื่นถุงหนังไปถึงปากของนาง

เจียงซิ่วรุ่นเพิ่งได้สติกลับมา นางรีบวางชามกับตะเกียบลงทันที แล้วรับถุงหนังใส่น้ำมา ก่อนจะคำนับเฟิ่งหลีอู๋แล้วพูดว่า “รัชทายาทเสด็จมาที่นี่ เหตุใดทรงไม่ส่งคนมาแจ้งสักคำล่ะเพคะ”

เฟิ่งหลีอู๋ไม่ได้เห็นคนตรงหน้าผู้นี้มาเดือนกว่า ความคิดถึงภายในใจท่วมท้นไปทั้งอกอยู่นานแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อได้เห็นนางจริงๆ แล้ว นางกลับเหมือนกับที่แจ้งมาในจดหมายนั่นมิผิดเพี้ยน คือทำตัวเย็นชาห่างเหิน พูดจาเป็นทางการ ทำให้เขาหนาวสะท้านเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจแล้ว

อันที่จริงตลอดเวลาที่เฟิ่งหลีอู๋ไม่ได้มาที่นี่ก็เพราะมีสาเหตุบางอย่าง

ตอนแรกเริ่มเขาเขียนจดหมายเร่งให้เจียงซิ่วรุ่นกลับเมืองหลวง นางกลับตอบด้วยจดหมายที่เย็นชาห่างเหินและเกรงอกเกรงใจมากฉบับหนึ่ง ทำให้เขาโมโหจนแทบระเบิดอารมณ์แล้วจริงๆ

ยอมอดทนอดกลั้นให้นางเสียทุกอย่าง แต่นางกลับยิ่งทำตัวกำเริบเสิบสานมากขึ้นแล้วจริงๆ!

ในตอนที่เฟิ่งหลีอู๋เตรียมยกพู่กันว่านางให้รีบไสหัวกลับมาเร็วๆ หน่อย เอกสารม้วนหนึ่งของกองราชทัณฑ์กลับส่งมาถึงแล้ว

เอกสารนี้ก็คือคดีที่เจียงจือจับสายลับแคว้นปอคนนั้นส่งทางการนั่นเอง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 82-83

บทที่ 82 ไป๋เฉี่ยนเห็นสวีอิงอวดกล้ามแขนของตนเองก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายออกจะเป็นเด็กน้อยไปสักหน่อย แล้วก็รู้ว่าเจ้านายของตนไม่...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 150

บทที่ 150 ติงไป๋หยาไม่ลืมภาพเหตุการณ์ตอนเขาได้พบกับพระชายาติ้งอ๋องเป็นครั้งแรก ปีนั้นเป็นปีที่หกที่เขามาถึงฉางอัน เขาก็ไ...

community.jamsai.com