ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121

หลังจากลาดตระเวนตรวจดูคลองกับอ่างเก็บน้ำพอเป็นพิธี เฟิ่งหลีอู๋ก็ตัดสินใจว่าการก่อสร้างที่นี่ไม่จำเป็นต้องให้หัวหน้ากองการเกษตรมาจัดการด้วยตนเอง ขอเพียงทิ้งเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความสามารถเอาไว้ให้จัดการงานจนจบก็ใช้ได้แล้ว

ต่อจากนั้นก็สั่งให้เจียงซิ่วรุ่นเก็บสัมภาระให้เรียบร้อย แล้วกลับไปเมืองหลวงพร้อมกับเขา

เพียงแต่ตอนที่กำลังเก็บสัมภาระในคืนนั้น องค์ชายรองก็พาผู้ติดตามเดินเตร็ดเตร่เข้ามา

เดิมทีเขาเตรียมจะอ้างว่ามาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการชลประทาน แล้วจะเชื้อเชิญคนงามไปเดินเล่นที่สระน้ำใกล้ๆ นี้ คิดไม่ถึงว่ามาด้วยความตื่นเต้นดีใจ กลับเห็นพี่ชายตนเองนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ในลานเรือนมองดูเจียงซิ่วรุ่นตักน้ำร้อนมาล้างหน้า

นี่จะไม่ให้ผิดหวังมากได้อย่างไร

ยิ่งกว่านั้นทั้งสามคนมาอยู่ในที่เดียวกัน ชั่วขณะนั้นลานเรือนที่นับได้ว่ากว้างพลันแน่นขนัดไปในทันที

องค์ชายสองพี่น้องต่างสวมใส่ชุดลำลองมาเยี่ยมคนงาม ไม่ว่าใครก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาถึงตั้งแต่เมื่อใด พริบตานั้นใบหน้าของแต่ละฝ่ายต่างบิดเบี้ยวอย่างบอกไม่ถูก

เฟิ่งหลีอู๋เอ่ยปากก่อนอย่างเย็นชา “น้องรองมาถึงตั้งแต่เมื่อใด เหตุใดไม่คำนึงถึงพิธีรีตองบุกเข้ามาในเรือนของหัวหน้ากองเจียงเช่นนี้”

เฟิ่งอู่ในขณะนี้ก็ได้สติกลับมาแล้ว จึงเลิกคิ้วขึ้นครึ่งหนึ่ง กล่าวอย่างมีนัยแอบแฝง “ในเมื่อเป็นเรือนของหัวหน้ากองเจียง ก็ถือเป็นบุรุษด้วยกัน ยังต้องหลีกเลี่ยงด้วยหรือไร”

เฟิ่งหลีอู๋พูดช้าๆ ว่า “เรือนของหัวหน้ากองเจียงจำต้องรบกวนองค์ชายรองให้หลีกเลี่ยงแล้วจริงๆ”

แม้ขณะนี้เฟิ่งอู่จะตกเป็นรองเฟิ่งหลีอู๋ชั่วคราว แต่เรื่องการตีฝีปากไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากขุนนางเก่าแก่ก็สามารถประชันขันแข่งกับพี่ชายได้ เขายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “อ้อ ในกำหนดการอันยุ่งเหยิงของรัชทายาทยังยอมแบ่งเวลามาชนบทที่ยากจนนี้เพื่อยุ่งกับเรื่องของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ได้ยินว่าเรื่องดีงามของท่านกับบุตรีสายตรงของสกุลหยางแม่นางหรูซวี่ใกล้เข้ามาแล้ว น่าจะมีธุระยุ่งมากสินะ”

เฟิ่งหลีอู๋จะไม่รู้ถึงเจตนาชั่วร้ายของเฟิ่งอู่ได้อย่างไร ถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาต่อหน้าเจียงซิ่วรุ่น!

แม้เหล่าขุนนางจะพยายามแนะนำอย่างสุดกำลังให้เขารับบุตรีสายตรงสกุลหยางเป็นภรรยา ในท้องพระโรงเวลานี้ภายใต้สถานการณ์ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย นี่ก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุด อีกทั้งก่อนหน้านี้เมื่ออนุภรรยาหลายคนเข้าจวน ท่าทีของเจียงซิ่วรุ่นก็ไม่ค่อยมากนัก ถึงขนาดยังเป็นสหายที่ดีกับเถียนจิ้งเอ๋อร์ผู้นั้นได้ด้วย

แค่แต่งสตรีสกุลหยางเข้าจวนอีกคนหนึ่ง เขาไม่รู้สึกแม้แต่น้อยว่าเจียงซิ่วรุ่นจะมีอาการตอบสนองอะไรใหญ่โตมากเกินไป ไม่ว่าเขาจะแต่งกับใคร เขาก็แค่ตามใจนางแบบเดียวกับเมื่อก่อนหน้านั้นพอ

เจียงซิ่วรุ่นไม่เหมือนกับสตรีในเรือนหลังพวกนั้นที่แก่งแย่งหึงหวงกัน เพราะเหตุใดเขาต้องแต่งกับสตรีสกุลหยาง นางที่เป็นขุนนางอยู่ในราชสำนักควรจะมองเห็นอย่างชัดเจนยิ่งกว่า

แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุใด เฟิ่งหลีอู๋ถึงไม่อยากให้เจียงซิ่วรุ่นรู้เรื่องนี้โดยการบอกผ่านปากของเฟิ่งอู่

เจ้าเด็กน่ารังเกียจนี่ตั้งใจยุแหย่ความสัมพันธ์ของข้ากับเจียงซิ่วรุ่น เฟิ่งหลีอู๋จึงอดที่จะมองเจียงซิ่วรุ่นทางหางตาไม่ได้

เห็นเพียงนางทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของเฟิ่งอู่ และกำลังถือเนื้อกับกระดูกที่กินเหลือเมื่อตอนอาหารกลางวันไปป้อนสุนัขในลานเรือนอย่างสนุกสนานเต็มที่

สุนัขตัวนั้นกินอย่างมีความสุข แลบลิ้นเลียนิ้วของเจียงซิ่วรุ่นอยู่ตลอด ทำเอาเจียงซิ่วรุ่นหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ

ตั้งแต่ต้นจนจบนางไม่เหลือบตาขึ้นมามองดูเฟิ่งอู่เลย

ครั้นเฟิ่งอู่เห็นว่ายุแหย่ไม่สำเร็จ จึงได้แต่ต้องจากไปอย่างกระอักกระอ่วน

 

บ่าวรับใช้ทั้งเรือนวิ่งวุ่นวาย ในที่สุดก็เก็บสัมภาระอย่างเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นจะกลับลั่วอันตั้งแต่เช้า

ยามดึกเฟิ่งหลีอู๋ที่นอนตามลำพังมาเดือนกว่าในที่สุดก็ได้กอดเจียงซิ่วรุ่นไว้ในอ้อมแขนได้อย่างสมใจปรารถนาเสียที เพียงแต่เจียงซิ่วรุ่นที่วิ่งวุ่นขึ้นๆ ลงๆ อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเมื่อตอนกลางวันเหนื่อยล้าอย่างที่สุดอยู่นานแล้ว ยังไม่ทันได้สัมผัสอย่างเต็มที่กับความสุขของการได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังแยกจากกันเป็นเวลานานอย่างที่เฟิ่งหลีอู๋ตั้งหน้าตั้งตารอคอยนางก็หลับไปแล้ว

ท่ามกลางเสียงหายใจเบาๆ เฟิ่งหลีอู๋ค่อยๆ ปัดผมยาวที่ปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งของเจียงซิ่วรุ่นไปที่ด้านข้างอย่างแผ่วเบา มองรูปโฉมอันงดงามดุจหยกนั้นที่ถึงแม้จะยังคงเหมือนเดิม แต่รอยคล้ำเป็นวงจางๆ ที่ใต้ตากลับปกปิดความเหนื่อยล้าของหญิงงามไม่อยู่ และหญิงงามที่แต่เดิมอ้อนแอ้นบอบบางอยู่แล้วก็ดูซูบผอมลงไปอีกหลายส่วน

ถึงแม้เฟิ่งหลีอู๋จะปรารถนานางอย่างมาก ปรารถนาจนเจ็บไปหมดทั้งตัว แต่ชั่วขณะนั้นก็ไม่อาจตัดใจทรมานนางให้ลืมตาขึ้นมาอีก ได้แต่โอบนางไว้ในอ้อมแขน หลังจากจุมพิตบนแก้มของนางอยู่หลายครา ก็กอดนางหลับใหลไปด้วยกัน

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 82-83

บทที่ 82 ไป๋เฉี่ยนเห็นสวีอิงอวดกล้ามแขนของตนเองก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายออกจะเป็นเด็กน้อยไปสักหน่อย แล้วก็รู้ว่าเจ้านายของตนไม่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 150

บทที่ 150 ติงไป๋หยาไม่ลืมภาพเหตุการณ์ตอนเขาได้พบกับพระชายาติ้งอ๋องเป็นครั้งแรก ปีนั้นเป็นปีที่หกที่เขามาถึงฉางอัน เขาก็ไ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 115-116

บทที่ 115 เฟิ่งหลีอู๋เดิมคิดอยู่ว่าเจียงซิ่วรุ่นจะต้องกังวล หรืออาจจะร้องขอความเมตตาจากเขาอย่างโจรใจหวาดเป็นแน่ ใครจะคิด...

community.jamsai.com