ในงานเลี้ยงที่จวนก่อนหน้านี้หยางหรูซวี่ได้ยินวาจาของรัชทายาทแล้วก็ไตร่ตรองอยู่หลายวัน
พอจะเข้าใจความหมายของรัชทายาทอยู่รางๆ แล้ว ที่ว่า ‘สามารถยอมรับผู้อื่นได้’ นี้ ที่ต้องยอมรับเกรงว่าจะเป็นชายารองเจียงที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้กระมัง
เพียงแต่ก่อนหน้านี้นางไม่เคยได้พบปะเจียงซิ่วเหยาอย่างลึกซึ้งมาก่อน ไม่รู้จักนิสัยของชายาคนโปรดของรัชทายาทผู้นี้เลยจริงๆ ดังนั้นจึงจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมา ตั้งใจทำความสนิทสนมกันสักหน่อย
แต่เจียงซิ่วเหยาดูเหมือนไม่ยินดีจะสนทนากับนางมากนัก แตกต่างจากท่าทางกระตือรือร้นอยากสนิทสนมด้วยของเฉาซีกับเถียนอิ๋งอย่างถึงที่สุด อาจเป็นเพราะหึงหวงนาง จึงไม่เต็มใจจะให้นางเข้าจวนไปแย่งชิงความโปรดปรานจากรัชทายาทสินะ
หยางหรูซวี่เพียงยิ้มแย้ม ไม่เกลี้ยกล่อมให้เจียงซิ่วเหยากินอาหารอีกต่อไป ยกย่องความสำเร็จของเจียงเหอรุ่นพี่ชายของอีกฝ่ายอยู่เที่ยวหนึ่ง ก็หมุนตัวจากไปแล้ว
ก็เหมือนกับที่มารดาของนาง…ฮูหยินใหญ่สกุลหยางได้กล่าวไว้ บุปผาไม่อาจแดงอยู่ตลอดร้อยวัน สาวงามคนโปรดในจวนรัชทายาทนั่นจำต้องมีอยู่ตลอด เพียงแต่ยากที่จะโปรดปรานเพียงคนเดียวอย่างยาวนานเช่นนั้นได้ ก็แค่สาวงามกลุ่มหนึ่งสับเปลี่ยนกันนั่งในตำแหน่งที่โดดเด่นเท่านั้นเอง จะแย่งชิงตำแหน่งที่ต้องใช้เสน่ห์ความงามยั่วยวนผู้คนเยี่ยงนั้นไปทำอันใดกัน การเป็นชายาเอกก็ต้องมีน้ำใจโอบอ้อมอารียอมรับผู้อื่นได้ รัชทายาทอยากจะโปรดปรานชายารอง ชายาเอกก็โปรดปรานนางไปด้วยก็พอแล้ว ความใจกว้างของเรือนหลักนี้ ต้องให้รัชทายาทเห็นอย่างชัดเจน เช่นนี้ถึงจะเป็นภรรยาผู้เปี่ยมคุณธรรมที่บุรุษซึ่งวุ่นวายอยู่กับเรื่องบ้านเมืองการปกครองอย่างเช่นรัชทายาทนั้นต้องการอย่างเร่งด่วน!
หยางหรูซวี่ไม่เพียงจดจำคำพูดของมารดาขึ้นใจ นางยังนำไปปฏิบัติจริงด้วยความมุมานะ หลังจากปรึกษาหารือกับมารดาแล้วก็เลือกซื้อสาวใช้ที่งดงามหลายคนเพื่อติดตามไปเป็นสินเจ้าสาว รูปร่างหน้าตานั้นก็เทียบมาจากเจียงซิ่วเหยาของจวนรัชทายาทนั่นเอง สำหรับพวกเรื่องภายในห้องหอนั้นก็เชิญหมัวมัว* ที่เคยทำงานในห้องลึกมาสอนว่าจะปรนนิบัติบุรุษให้พึงพอใจได้อย่างไร แต่ละคนจำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องพวกนี้ด้วย
สาเหตุที่หยางหรูซวี่ลงทุนลงแรงมากเพียงนี้ก็เพราะนางรู้สึกว่ารัชทายาทสามารถโปรดปรานใครก็ได้ แต่โปรดปรานเป็นพิเศษกลับจะทำให้คนใจกล้ามากขึ้น รอหลังจากนางเข้าไปในจวนแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างอำนาจ และไม่ต้องขอให้รัชทายาทโปรดปรานรักใคร่นางด้วย เพียงแค่กระจายสาวใช้ตัวน้อยอันทรงเสน่ห์หลายคนนี้ออกไป และยึดครองห้องนอนรัชทายาทเอาไว้ก็พอ
เมื่อเจียงซิ่วเหยาสูญเสียความโปรดปราน ก็จะต้องกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที เป็นแค่ตัวประกันหญิงจากแคว้นที่อ่อนแอเท่านั้นเอง จะมีอะไรให้เล่นตัวได้กันเล่า
สำหรับแม่นางที่งามหยาดเยิ้มพวกนั้น ขอเพียงมีเงิน ยังจะเลือกออกมาไม่ได้หรือไร
การถูกเชิดชูให้เป็นชายาเอกต่างหากถึงจะสามารถได้รับความเมตตาจากรัชทายาทได้ หากไม่รู้จักสำนึกในบุญคุณ เช่นนั้นก็จัดการแบ่งปันความโปรดปรานออกไป นี่ถึงจะเป็นอาวุธวิเศษไร้เทียมทานของชายาเอกผู้ยิ่งใหญ่!
ว่ากันตามจริง ตั้งแต่ต้นจนจบหยางหรูซวี่ล้วนไม่เคยให้ความสำคัญกับหญิงงามปีศาจที่พอกแป้งหนาเตอะบนใบหน้าคนนั้นเลย ความสวยสดงดงามของเหล่าหญิงสาว แท้ที่จริงมีช่วงเวลาที่เบ่งบานสั้นเหลือเกิน การอาศัยสิ่งนี้เพื่อรักษาความโปรดปรานเอาไว้ล้วนไม่มีจุดจบที่ดีแม้แต่คนเดียว!
เถียนอิ๋งมีสายตาเฉียบแหลมและหัวไวมาก นางมองเห็นสาวใช้คนสองคนที่อยู่ข้างกายหยางหรูซวี่ซึ่งไม่ว่าจะดูอย่างไรก็รู้สึกว่ารูปโฉมหน้าตานั้นคล้ายกับเจียงซิ่วเหยาอยู่หลายส่วน นางคิดอยู่สักครู่ก็ยิ้มเล็กน้อยพลางเดินไปที่ข้างกายเจียงซิ่วเหยาแล้วพูดว่า “เหยาจีได้สังเกตหรือไม่ สาวใช้ข้างกายคุณหนูสกุลหยางล้วนงามหยดย้อยทัดเทียมกับพี่สาวเลยทีเดียว!”
เจียงซิ่วรุ่นเหลือบตาขึ้นมองดู แล้วก็พยักหน้า “เห็นได้ว่าคุณหนูหยางเป็นคนที่มีความชมชอบไม่ธรรมดาคนหนึ่ง”
เถียนอิ๋งเห็นเจียงซิ่วเหยาไม่หลงกล ก็ถลึงตาพูดว่า “อะไรกัน นี่เจ้าดูไม่ออกจริงๆ หรือ คุณหนูหยางผู้นี้มีเจตนาไม่ดีกับเจ้านะ!”